ตะไคร้เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณที่น่าอัศจรรย์

ผู้เขียน หัวข้อ: ตะไคร้เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณที่น่าอัศจรรย์  (อ่าน 2 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

สิงหาคม 11, 2018, 12:26:31 PM
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 44
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด


ตะไคร้
ตะไคร้ (Lemon Grass) จัดเป็นผักสมุนไพรชนิดหนึ่งที่นิยมนำมาเข้าครัวสำหรับกำจัดกลิ่นคาว รวมทั้งช่วยเพิ่มรสชาตของอาหาร ในนานาประการเมนู โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารประเภทต้มยำ รวมทั้งแกงต่างๆรวมทั้งการนำมาดัดแปลงเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆเป็นต้นว่า น้ำตะไคร้ ผงตะไคร้ ฯลฯ
ตะไคร้ เป็นไม้ล้มลุกสกุลเดียวกันกับต้นหญ้า มีอายุมากยิ่งกว่า 1 ปี ขึ้นกับสิ่งแวดล้อม มีบ้านเกิดเมืองนอนในประเทศแถบเอเซียอาคเนย์ ดังเช่น เมียนมาร์ ไทย ลาว มาเลเชีย อินโดนีเชีย เป็นต้น
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cymbopogon citratus (DC.)
วงศ์ : Graminae
ชื่อสามัญ : Lapine, Lemon grass, Sweet rush, Ginger grass
ชื่อเขตแดน:
– ตะไคร้
– ตะไคร้แกง
– ตะไคร้มะขูด
– ค้างหอม
– ไคร
– จะไคร
– เชิดเกรย
– หัวสิงไค
– เหลอะเกรย
– ห่อวอตะโป
– เฮียงเม้า
ตะไคร้1
ลักษณะทั่วไป
ลำต้น
ลำต้นตะไคร้มีเหง้าใต้ดิน ลำต้นมีลักษณะตั้งตรง รูปทรงกระบอก มีความสูงได้ถึง 1 เมตร (และใบ)ส่วนของลำต้นที่เรามองเห็นจะเป็นส่วนของกาบใบที่ออกเรียงช้อนกันแน่น โคนต้นมีลักษณะกาบใบหุ้มครึ้ม ผิวเรียบ แล้วก็มีขนอ่อนปกคลุม ส่วนโคนมีรูปร่างอ้วน มีสีม่วงอ่อนบางส่วน และค่อยๆเรียวเล็กลงกลายเป็นส่วนของใบ ศูนย์กลางเป็นบ้องแข็ง ส่วนนี้สูงประมาณ 20-30 ซม. ขึ้นกับความอุดมสมบูรณ์ของดิน และก็ชนิด แล้วก็เป็นส่วนที่ประยุกต์ใช้สำหรับปรุงอาหาร
ตะไคร้ ใบ
ใบตะไคร้ประกอบด้วย 3 ส่วนเป็นก้านใบ (ส่วนลำต้นที่กล่าวข้างต้น) หูใบ (ส่วนต่อ
ระหว่างกาบใบ และใบ) รวมทั้งใบ
ใบตะไคร้ เป็นใบลำพัง มีสีเขียว มีลักษณะเรียวยาว ปลายใบโค้งลู่ลงดิน โคนใบเชื่อมต่อกับหูใบ ใบมีรูปขอบขนาน ผิวใบสากมือ และก็มีขนปกคลุม ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ แต่คม กลางใบมีเส้นกลางใบแข็ง สีขาวอมเทา มองเห็นต่างกับแผ่นใบเด่นชัด ใบกว้างประมาณ 2 เซนติเมตร ยาว 60-80 ซม.
ดอก
ตะไคร้เป็นพืชที่มีดอกยาก ก็เลยไม่ค่อยประสบพบเห็น ดอกตะไคร้ดอกจะมีดอกเป็นช่อกระจัดกระจาย มีก้านช่อดอกยาว รวมทั้งมีก้านช่อดอกย่อยเรียงเป็นคู่ๆในแต่ละคู่จะมีใบเสริมแต่งรองรับ มีกลิ่นหอมยวนใจ ดอกมีขนาดใหญ่คล้ายดอกอ้อ
ดอกตะไคร้
คุณประโยชน์ตะไคร้

  • ลำต้น แล้วก็ใบสด


– ใช้เป็นเครื่องเทศประกอบอาหารสำหรับกำจัดกลิ่นคาว ช่วยทำให้ของกินมีกลิ่นหอมยวนใจ และปรับปรุงรสให้น่ารับประทานมากขึ้น
– ใช้เป็นส่วนประกอบของยาทากันยุง สเปรย์กันยุง รวมทั้งยาจุดกันยุง

  • น้ำมันตะไคร้

    – ใช้เป็นส่วนประกอบของน้ำหอม
    – ใช้เป็นส่วนประกอบสำหรับทำสบู่ ยาสระผม
    – ใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องแต่งตัว
    – ใช้ทานวด แก้เมื่อย
    – ใช้ทาลำตัว แขน ขา เพื่อปกป้อง และไล่ยุง
    – ใช้เป็นส่วนผสมของสารคุ้มครองป้องกัน แล้วก็กำจัดแมลง
    คุณค่าทางโภชนาการของตะไคร้ ( 100 กรัม)

  • พลังงาน 143 กิโลแคลอรี่
  • โปรตีน 1.2 กรัม
  • ไขมัน 2.1 กรัม
  • คาร์โบไฮเดรต 29.7 กรัม
  • เส้นใย 4.2 กรัม
  • แคลเซียม 35 มก.
  • ธาตุฟอสฟอรัส 30 มิลลิกรัม
  • เหล็ก 2.6 มก.
  • วิตามินเอ 43 ไมโครกรัม
  • ไทอามีน 0.05 มิลลิกรัม
  • ไรโบฟลาวิน 0.02 มิลลิกรัม
  • ไนอาซิน 2.2 มก.
  • วิตามินซี 1 มก.
  • เถ้า 1.4 กรัม


ที่มา: กองโภชนาการ (2544)(1)
สารสำคัญที่พบ
ส่วนของลำต้น แล้วก็ใบมีน้ำมันหอมระเหย (Volatile oil) ที่มีสารหลายชนิด ดังเช่นว่า
– ซิทราล (Citral) พบได้ทั่วไปที่สุด 75-90%
– ทรานซ์ ไอโซซิทราล (Trans-isocitral)
– ไลโมเนน (Limonene)
– ยูจีนอล (Eugenol)
– ลินาลูล (Linalool)
– พบรานิออล (Geraniol)
– ค้างริโอฟิวลีน ออกไซด์ (Caryophyllene oxide)
– เจอรานิล อะสิเตท (Geranyl acetate)
– 6-เมทิล 5-เฮพเทน-2-วัน (6-Methyl 5-hepten-2-one)
– 4-โนนาโนน (4-Nonanone)
– เมทิลเฮพครั้งโนน (Methyl heptennone)
– ซิโทรเนลลอล (Citronellol)
– ไมร์ซีน (Myrcene)
– การบูร (Camphor)
สะสมจาก ทอง ขยัน (2552)(2), ใจวรรณ ตระการชัยตระกูล (2551) อ้างถึงในเอกสารหลายฉบับ(4)

คุณประโยชน์ตะไคร้

  • ลำต้น และก็ใบ


– ช่วยบรรเทา รวมทั้งรักษาอาการไข้หวัด
– แ้ก้ไอ และช่วยขับเสมหะ
– ทุเลาอาการโรคโรคหืดหอบ
– รักษาลักษณะของการปวดท้อง
– ช่วยขับเยี่ยว แก้ปัสสาวะยาก
– ช่วยขับเหงื่อ
– ช่วยในการขับลม
– แก้อหิวาต์
– บำรุงธาตุ เจริญอาหาร
– ช่วยลดความดัน เลือดสูง
– ลดจำนวนคอเลสเตอรอลในเส้นโลหิต
– แก้เมนส์มาแตกต่างจากปกติ

  • ราก


– ใช้เป็นยาปรับแก้เจ็บท้อง และท้องเดิน
– ช่วยขับเยี่ยว
– บรรเทาอาการไอ รวมทั้งขับเสมหะ

  • น้ำมันหอมระเหย


– ออกฤทธิ์ต่อต้านเชื้อรา
– ช่วยกำจัดเซลลูไลท์
– ช่วยในการขับถ่าย
– บรรเทาอาการท้องร่วง
– ลดอาการจุกเสียด แน่นท้อง จากฤทธิ์ลดการบีบตัวของไส้
– ช่วยขับน้ำดี
– ช่วยขับลม
– ระังับอาการปวด
– ต้านทานอาการอักเสบ และลดการติดเชื้อ
– กระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด
– ลดอาการกลัดกลุ้ม
– ต่อต้านอนุมูลอิสระ
เก็บรวบรวมจาก กาญจนา ขยัน (2552)(2), ดวงใจชนชั้น น่าอัศจรรย์ชัยตระกูล (2551)(4)
ฤทธิ์ทางยาของสารสกัดจากตะไคร้

  • ฤทธิ์ลดการบีบตัวของไส้


น้ำมันหอมระเหยของตะไคร้ออกฤทธิ์ลดอาการแน่นจุกเสียดด้วยการลดการบีบตัวของลำไส้ โดยมีสารสำคัญที่ออกฤทธิ์ ดังเช่น Cineole รวมทั้ง Linalool

  • ฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียมูลเหตุลักษณะของอาการท้องเดิน


สารเคมีในน้ำมันหอมระเหยของตะไคร้สามารถออกฤทธิ์ทำลายเชื้อแบคทีเรียที่สำคัญของอาการท้องเสีย คือ E. coli โดยมีสารออกฤทธิ์ อย่างเช่น Citral, Citronellol, Geraneol แล้วก็ Cineole

  • ฤทธิ์ขับน้ำดี


น้ำมันหอมระเหยของตะไคร้สามารถออกฤทธิ์กระตุ้นการขับน้ำดีของตับอ่อน โดยมีสารสำคัญที่ออกฤทธิ์ ตัวอย่างเช่น Borneol, Fenchone และก็ Cineole

  • ฤทธิ์ขับลม


สาร Menthol, Camphor รวมทั้ง Linalool สามารถออกฤทธิ์กระตุ้นการขับลมภายในร่างกายได้
พิษของน้ำมันตะไคร้
จำนวนน้ำมันตะไคร้ที่ทำให้หนูขาวตายที่ครึ่งเดียวของปริมาณหนูขาวทั้งสิ้น ด้วยการให้ทางปาก  ที่ความเข้มข้น 5,000 มิลลิกรัม/โล รวมทั้งการให้น้ำมันหอมระเหยทางกระเพาของกินแก่กระต่ายที่ทำให้กระต่ายตายที่กึ่งหนึ่ง พบว่า มีจำนวนความเข้มข้นเดียวกันกับการให้แก่หนูขาว
พิษฉับพลันของน้ำมันหอมระเหยจากตะไคร้ที่ความเข้มข้น 1,500 ppm ในช่วงเวลา 60 วัน กลับทำให้พบว่า หนูขาวที่ได้รับน้ำมันหอมระเหยของตะไคร้มีการเติบโตเร็วกว่ากรุ๊ปที่ไม้ได้รับ และก็ค่าทางเคมีของเลือดไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไร