ผู้เขียน หัวข้อ: หนังสือวรรณกรรมไทย ความงามในการใช้ภาษา  (อ่าน 10 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กรกฎาคม 10, 2018, 10:41:05 AM
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 26
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด


 
วรรณกรรม คือ วรรณคดีหรือศิลปะ ที่เป็นผลงานอันเกิดขึ้นได้เนื่องมาจากการคิด แล้วก็จินตนาการ แล้วเรียบเรียง เอามาบอก บันทึก ขับร้อง หรือสื่อออกมาด้วยกลวิธีต่างๆโดยปกติ จะแบ่งวรรณกรรมเป็น 2 ชนิดเป็นวรรณกรรมลายลักษณ์ เป็นวรรณกรรมที่บันทึกเป็นตัวหนังสือ และก็วรรณกรรมมุขปาฐะ อย่างเช่นวรรณกรรมที่เล่าด้วยปาก ไม่ได้เขียนบันทึก
 
เพราะเหตุนี้ วรรณกรรมก็เลยสื่อความหมายครอบคลุมกว้าง ถึงประวัติ นิทาน ตำนาน เรื่องเล่า เฮฮา เรื่องสั้น นิยาย เพลง คำคม ฯลฯ วรรณกรรมเป็นผลงานศิลปะที่แสดงออกด้วยการใช้ภาษา เพื่อการสื่อสารเรื่องราวให้เข้าใจระหว่างมนุษย์ ภาษาเป็นสิ่งที่มนุษย์ประดิษฐ์ รวมทั้งประดิษฐ์ขึ้นเพื่อใช้สื่อความหมาย เรื่องราวต่างๆภาษาที่มนุษย์ใช้เพื่อการติดต่อและทำการสื่อสารอาทิเช่น
 
1. ภาษาพูด โดยการใช้เสียง
2. ภาษาเขียน โดยการใช้ตัวอักษร ตัวเลข สัญลักษณ์ แล้วก็ภาพ
3. ภาษาท่าทาง โดยการใช้กิริยาท่าทาง หรือประกอบเครื่องไม้เครื่องมืออย่างอื่น
 
ความงามหรือศิลป์สำหรับในการใช้ภาษาขึ้นอยู่กับ การใช้ภาษาให้ถูก ชัดเจนแล้วก็ เหมาะสมกับเวลา จังหวะ และบุคคล นอกเหนือจากนั้น ภาษาแต่ละภาษายังสามารถปรุงแต่ง ให้เกิดความเหมาะสม เพราะ หรืองดงามได้ นอกจากนี้ ยังมีข้อบังคับ คำราชาศัพท์ คำสุภาพ ขึ้นมาใช้ได้อย่างเหมาะควร บอกถึงวัฒนธรรมที่ยอดเยี่ยมทางการใช้ภาษาที่ควรดำรงแล้วก็ยึดมั่นต่อไป ผู้สร้างสรรค์งานวรรณกรรม เรียกว่า ผู้เขียน หรือ กวี (Writer or Poet)
 
วรรณกรรมไทยปัจจุบันนี้ (Contemporary literature)
 
วรรณกรรมไทยตอนนี้นั้นแปลว่า วรรณกรรม ในแบบใดก็ตามไม่ว่าจะเป็นร้อยแก้ว หรือร้อยกรอง ซึ่งขอบเขตของวรรณกรรมปัจจุบันนี้นั้นเริ่มตั้งแต่สมัยเริ่มแรกของวรรณกรรมร้อยแก้ว คือ ตั้งแต่สมัย รัชกาล ที่ 5 พ.ศ. 2442 จนกระทั่งปัจจุบันนี้ (พ.ศ. 2553)
 
วรรณกรรมจำพวกร้อยแก้วในปัจจุบันจะอยู่ในรูปของ บันเทิงคดี อาทิเช่น เรื่องสั้น นิยาย นิทาน บทละคร สารคดียกตัวอย่างเช่น บทความ หนังสือวิชาการ งานศึกษาทำการค้นคว้าและวิจัย ฯลฯ
 
วรรณกรรมจำพวกร้อยกรองเดี๋ยวนี้เป็นวรรณกรรมที่ไม่เหมือนกับเดิมเป็นเป็นวรรณกรรมที่ไม่เน้นวรรณศิลป์ทางภาษามากสักเท่าไรนัก ไม่เน้นเรื่องเกี่ยวกับการใช้ภาษาแต่ว่าเน้นเรื่องของการสื่อแนวความคิด สื่อข้อคิดเตือนใจแก่นักอ่านมากยิ่งกว่า ตัวอย่างเช่น ใบไม้ที่หายไป ของ จิรนันท์ พิตรปรีชา ฯลฯ
 
วรรณกรรมไทย แบ่งออกได้ 2 จำพวก เป็น
 
1. ร้อยแก้ว เป็นข้อความเรียงที่แสดงเนื้อหา เรื่องราวต่างๆ
2. ร้อยกรอง เป็นเนื้อความที่มีการใช้คำที่สัมผัส คล้องจอง ทำให้สัมผัสได้ถึงความงดงามของภาษาไทย ร้อยกรองมีหลายแบบเป็นโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน และ ร่าย
 
วรรณกรรมปรากฏขึ้นหนแรกในพ.ร.บ.คุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พ.ศ. 2475 คำว่า วรรณกรรม อาจเทียบเคียงได้กับคำภาษาอังกฤษว่า Literary work หรือ general literature ความหมายแปลตามรูปคำศัพท์ว่า ทำให้เป็นหนังสือ ซึ่งมองตามความหมายนี้แล้วจะเห็นว่ากว้างขวางมาก ซึ่งหมายถึงการเขียนหนังสือจะเป็นใจความสั้นๆ หรือเรื่องราวสมบูรณ์ก็ได้ ได้แก่ ประเด็นหลักที่เขียนตามใบปลิว ป้ายที่ใช้สำหรับโฆษณาต่างๆ ตลอดไปจนกระทั่งบทความ หรือ หนังสือที่พิมพ์เป็นเล่มทุกชนิด อาทิเช่น หนังสือตำราต่างๆ นิยาย กาพย์ กลอนต่างๆ ก็นับว่าเป็นวรรณกรรมทั้งสิ้น จากลักษณะกว้างๆ ของวรรณกรรม สามารถทำให้ทราบถึงคุณค่ามากน้อยของวรรณกรรมได้โดยขึ้นกับ วรรณศิลป์ คือ ศิลป์สำหรับในการแต่งหนังสือนั้นเป็นหลัก ถ้าหากวรรณกรรมเรื่องใดมีคุณค่าทางวรรณศิลป์สูง เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าเป็นหนังสือดี วรรณกรรมก็บางทีอาจได้รับยกย่องว่าเป็น วรรณคดี แม้กระนั้นการที่จะกำหนดว่า วรรณกรรมเรื่องใดควรจะเป็นวรรณคดีหรือเปล่านั้น จำเป็นต้องพิจารณาถึงตอนที่แต่งหนังสือนั้นยาวนานพอเหมาะด้วย เพื่อพิสูจน์ว่าคุณค่าของวรรณกรรมนั้นเป็นอมตะ เป็นที่ยอมรับกันทุกยุคทุกสมัยหรือไม่ ด้วยความที่อาจมีวรรณกรรมบางเรื่องที่ดีเหมาะสมกับช่วงเวลาเพียงแค่บางช่วงเพียงแค่นั้น ฉะนั้นบางทีอาจสรุปได้ว่า วรรณคดีซึ่งก็คือวรรณกรรมนั่นเอง กล่าวคือ เป็นวรรณกรรมที่พิจารณาและก็ตกแต่งให้ประณีตบรรจง มีความเหมาะสมในด้านต่างๆ อันเป็นค่าของการประพันธ์ หรือจะกล่าวอีกนัยหนึ่ง วรรณคดีนั้นเป็นวรรณกรรมไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเป็นวรรณคดีเสมอ
 
ประเภทของวรรณกรรม วรรณกรรมนี้แบ่งได้เป็น 2 ประเภท
 
- สารคดี หมายถึง หนังสือที่แต่งขึ้นเพื่อมุ่งให้ความรู้ความเข้าใจ ความนึกคิด ประสบการณ์แก่ผู้อ่าน ซึ่งบางทีอาจใช้ต้นแบบร้อยแก้วหรือร้อยกรองก็ได้
- บันเทิงคดีเป็นวรรณกรรมที่แต่งขึ้นเพื่อมุ่งให้ความเพลิดเพลิน สนุกสนาน ร่าเริงแก่ผู้อ่าน ก็เลยมักเป็นเรื่องที่มีเรื่องแล้วก็นักแสดง
 
 
 

 
10 หนังสือขายดีวรรณกรรมหรือนิยายไทยที่ดีที่สุด ที่ ร้านหนังสือนายอินทร์
 
ซึ่งนิยาย 10 เรื่องที่ ร้านหนังสือนายอินทร์ จัดตามอันดับความโด่งดังหรือยอดจำหน่าย มีดังนี้
 
1. เจิ้นก็ยังคงสง่าผ่าเผยอย่างนี้แหละ เล่ม 1-2 - กงจื่ออจ้าน (Gong Zi Zhan)
จากคนธรรมดาๆ ที่จะต้องจากโลกนี้เมื่ออายุยังไม่ทันถึงวัยยี่สิบสี่ กลับชาติมาเกิดย้อนเวลาทะลุมิติมาอยู่ในร่างของเยียนจี้ หวงตี้แห่งต้าฉี่ที่พึ่งจะขึ้นครองราชย์ในวัยสิบหก แต่ว่าที่น่าปวดหัวกว่านั้นคือ เขากลับต้องตายก่อนอายุครบยี่สิบสี่และย้อนกลับมากำเนิดใหม่ในร่างเยี่ยนจี้ตอนเพิ่งครองราชสมบัติครั้งแล้วครั้งเล่าอีกถึงสามชาติ.. ไม่ต้องบอกคงรู้ว่ามันช่างน่าเบื่อหน่าย ขนาดไหนกับการจำต้องย้อนมาพบพานสิ่งที่ซ้ำๆซากๆเช่นนี้ แต่ในชาติที่ห้า ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป หลายๆ ตัวละครจะเข้ามามีหน้าที่ที่สำคัญกับชีวิตของเขามากขึ้น ทุกๆ เรื่องราว ทุกๆความเกี่ยวข้องในเรื่องนี้จะทำให้คุณรัก ตลก และก็ประทับใจน้ำตาซึม เรื่องอะไรบางอย่างที่หล่นหายไป ความเข้าใจของตัวเอก การรับมือรวมทั้งการมองโลกที่เปลี่ยนไปตลอดจนความรักที่ถักทอขึ้นใหม่ บางทีทั้งหมดเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เยี่ยนจี้หยุดวงจรการกลับมาเกิดใหม่นี้ได้ เขาจะมีชีวิตผ่านอายุยี่สิบสี่หรือเปล่า มาร่วมลุ้นในนวนิยาย "เจิ้นก็ยังคงสง่าผ่าเผยอย่างนี้แหละ" และประทับใจกับความน่ารักน่าเอ็นดูน่าชังของตัวละครกันเลย
 
2. ทุกชาติภพ กระดูกงดงาม - โม่เป่าเฟยเป่า
ทั้งชีวิตนี้ "สืออี๋" เคยทำเรื่องแปลกที่สุดเรื่องหนึ่งคือ วิ่งฝ่าเจ้าหน้าที่มากมายเพื่อเข้าไปทักชายแปลกหน้าคนหนึ่งที่ท่าอากาศยาน ครั้งแรกที่เธอพบเขาคือที่ฉางอานเมื่อหลายร้อยปีก่อน เขา.. คือ ท่านอ๋องน้อยหนานเฉินผู้ห้าวหาญเทียมฟ้า เธอ.. คือว่าที่พระมเหสีขององค์รัชทายาทผู้งามล่มเมือง เพียง "นัยน์ตาสื่อรัก ใจประสานใจ" ประโยคเดียวทำให้โชคชะตาของพวกเขามีอันจะต้องเปลี่ยน แต่คราวนี้ แม้กาลเวลาจะมีผลให้ใบหน้าและก็เสียงของเขาเปลี่ยน แต่ว่าเธอยังคงจดจำเขาได้ เธอเป็นเพียงผู้เดียวที่มีความทรงจำของชาติปางก่อน ทว่าเขากลับจำเธอไม่ได้อย่างสิ้นเชิง "โจวเซิงเฉิน" สามคำนี้ทำให้ความรู้สึกอ่อนโยนที่สุดพรั่งพรูออกมาจากส่วนลึกของหัวใจเธอ การร่วมเผชิญกับแผนการร้าย การใส่ร้าย และก็การต่อสู้ช่วงชิง ทำให้หัวใจของเขากับเธอค่อยๆ สนิทสนมกัน ตลอดชีวิตนี้เธอเพียงต้องการเรื่องราวที่เป็นของพวกเขาอย่างแท้จริงหาได้สนใจความมั่งคั่งหรือการเดินคู่กับจักรพรรดิ์ไม่ พบกับเรื่องราวความรักที่มั่นคงของสองวัยรุ่น การแย่งชิง อำนาจ การฆาตกรรม ได้ใน "ทุกชาติภพ กระดูกงดงาม"
 
3. บุพเพรักหลานหลิง เล่ม 1-2 - ปาสี่
เขา..เก็บหน้ากากปีศาจที่นำพาพลังลึกลับมาให้ เขาทำศึกเพื่อปกป้องแว่นแคว้น ทุกคนเรียกขานเขาว่า เทพสงคราม เขาพานพบเด็กหญิงขายดอกบัวผู้มีปานแดงกลางหน้าผาก และจารจำนางผู้เป็นที่รักไว้ในใจ ยิ่งพรากจาก ยิ่งมิอาจลืมเลือน
นาง..เด็กหญิงกำพร้าในหอคณิกา มีชีวิตรอดเพราะอาจารย์ชุบเลี้ยง นางแฝงตัวเข้าแคว้นศัตรูเพื่อตอบแทนคุณอาจารย์ แม้จะต้องได้ชื่อว่าเป็นศัตรูกับบุรุษที่นางเฝ้าถวิลหาก็ตาม นางถลำลึกจนยากถอนตัว ยิ่งหักห้ามใจ ยิ่งรักไม่เสื่อมคลาย
ท่ามกลางสงครามแย่งชิงระหว่างแคว้น ทางแยกระหว่างความรักและบุญคุณ บุพเพรักของพวกเขาจะขับขานจนถึงท่วงทำนองสุดท้าย
 
4. มนตร์ทศทิศ - ราตรี อธิษฐาน
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อเดินทางไปสักการะพระธาตุอินทร์แขวนส่งให้เอื้องดาวเรียงย้อนกลับไปในอดีตกาล ณ หงสาวดี เมืองทองที่เป็นดั่งดวงหฤทัยของผู้ที่ถูกขนานนามว่า พระเจ้าสิบทิศ แต่เมืองทั้งเมืองใช่ว่าจักมีแต่พระนามขององค์ประมุขผู้นี้เพียงเท่านั้น ภายในพระราชวังกัมโพชธานี สถานที่นี่ยังมีเรื่องราวมากมายที่ไม่อาจจารึกลงไว้ในประวัติศาสตร์
 
5. รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่ เล่ม 2 - เมิ่งซีสือ
มีโอกาสได้สร้างผลงานต่อเบื้องพระพักตร์ทั้งที ถ้าเกิดเป็นขุนนางคนอื่นๆคงจะเนื้อเต้นด้วยความยินดี จบงานนี้ได้เลื่อนตำแหน่ง แต่ถังฟั่นไม่เหมือนกับขุนนางทั่วๆ ไป แทนที่จะพอใจ กลับปวดขมับกลัดกลุ่มสิไม่ว่า เฮ้อ! เขาก็อยู่เฉยๆของเขาดีๆ แล้วเชียว สุยโจวมีเหตุกะทันหันให้จำต้องไปจากเมืองหลวงเสียด้วย แม้กระนั้นข้างกายถังฟั่นก็ใช่ว่าจะว่างลง เพราะผู้ที่เข้ามาเสียบแทน สวมบทคู่ขาเป็นการชั่วคราว ก็คือคุณท่านวังจื๋อผู้แสนจะเจ้ากี้เจ้าการเอาใจยากนั่นเอง คนคนนี้เปิดตัวมาแสนจะน่าหมั่นไส้ แม้กระนั้นอ่านไปอ่านมาก็มีมุมน่ารักๆ เหมือนกัน "รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่" ล่วงมาถึงเล่มสองแล้ว มาติดตามดูความก้าวหน้า ในด้านอาชีพการงานของ "ถังฟั่น" ควบคู่ไปกับแอบดูความสัมพันธ์ที่ใต้เท้าผู้พิพากษาของเรามีต่อผู้คนรอบตัวกันต่อได้เลย
 
6. ปีศาจราตรี - จิ่วลู่เฟยเซียง
ถ้าเกิดย้อนไปสมัยเราเด็กๆ เวลาเดินทางไปต่างแดน หรือที่ที่พวกเราไม่รู้จัก คนแก่ชอบเตือนเสมอว่าอย่าไปคุยกับคนแปลกหน้าหรือไปเก็บโน่นเก็บนี่กลับมา เนื่องจากอาจจะเป็นของสกปรก เป็นของผิดสำแดงอาจมีเบื้องลึกภูมิหลังที่พวกเราไม่รู้เรื่องและก็นำภัยมาสู่เราได้แต่ "หลีซวง" นางเอกปีศาจราตรีเล่มนี้ ของเราไม่เชื่อการเตือนประเภทนี้นัก นางบังเอิญเก็บเด็กชายความจำเสื่อมคนหนึ่งได้ระหว่างปฏิบัติภารกิจ ด้วยความที่เด็กบาดเจ็บและก็ตัวคนเดียว นางจึงนำกลับมาเลี้ยงในค่ายทหาร ซ้ำยังตั้งชื่อใหม่ให้เขาอีกด้วย ภายหลังจากเด็กคนนี้เข้ามาในค่าย เรื่องราวแปลกๆ หลายเรื่องก็ค่อยๆ ทยอยอุบัติขึ้น มาถึงตรงนี้คนอ่านคงจะเริ่มสงสัยนิดๆ แล้วสิว่าเด็กคนนี้เป็นใครมาจากไหน จะแต่งเรื่องอะไรไว้บ้าง นี่จะเป็นนิยายประเภทกลับชาติมาเกิด ย้อนเวลา หนึ่งร่างสองวิญญาณหรือไม่ แต่ว่ามันแปลกยิ่งกว่านั้น
 
7. วิวาห์ไฮโซ เล่ม 2 - Jian Jia Ni Zi (เจียนจยาหนีจื่อ)
ลูกนอกสมรสของตระกูลเมิ่ง มีชะตากรรมอยู่สองแบบ แบบที่หนึ่งคือ ‘มีประโยชน์’ และถูกใช้ประโยชน์จนตาย แล้วก็แบบที่สอง ‘ไร้ประโยชน์’ หรือเป็นขยะรีไซเคิล เมื่อได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง เมิ่งถิงก็เลยเลือกแบบที่สอง อย่างไม่ลังเล ผลก็คือ เขาถูกจับสมรส! พบกับเรื่องราวน้องซื่อ แต่แอบร้าย แล้วก็เล่มสองยิ่งเพิ่มความร้ายอย่างสม่ำเสมอร้ายแบบซื่อๆจะเป็นยังไง ติดตามได้ใน "วิวาห์ไฮโซ เล่ม 2"
 
8. วิวาห์ไฮโซ เล่ม 1 - Jian Jia Ni Zi (เจียนจยาหนีจื่อ)
ความซื่อของเมิ่งถิงไม่เพียงแค่ทำให้เยืยนซุยหลง แต่ว่ายังช่วยให้เมิ่งถิงเอาชีวิตรอดมาได้ทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะเวลาปะทะกับแม่สามี และก็อาวุูธที่สำคัญอีกอย่างของเมิ่งถิงคือความเงียบ แต่อย่าคิดว่าเมิ่งถิ่งใช้ความเงียบสงบสยบการเคลื่อนไหวอะไรเทือกนั้น จริงๆ เขาแค่สมองช้า คิดโต้ตอบไม่ทัน แต่ว่าศัตรูดันทนความเงียบไม่ไหว ชิงระเบิดตนเองตายไปซะก่อนเพราะเหตุนี้ เมิ่งถิงเลยชนะทุกครั้ง ชนะแบบที่เจ้าตัวยังมึนงง พบกับ "วิวาห์ไฮโซ เล่ม 1" ในเล่มได้เลย
 
9. รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่ เล่ม 1 - เมิ่งซีสือ
ถังฟั่น มีชื่อรองว่า "รุ่งชิง" อายุพึ่งยี่สิบก็สอบได้อันดับที่หนึ่งของบัณฑิตเอกชั้นหนึ่ง เวลานี้ครองตำแหน่งผู้พิพากษา ศาลซุ่นเทียน สมถะเรียบง่าย พึงพอใจในสิ่งที่ตนมี ละเอียดลออก็แค่กับเรื่องอาหารเท่านั้น สุยโจว มีชื่อรองว่า "ก่วงชวน" นายกององครักษ์เสื้อแพรแห่งกองปราบฝ่ายเหนือ ไม่พูดไม่จาพูดน้อย ไม่ค่อยแสดงอารมณ์ รากฐานครอบครัวไม่ธรรมดา มีความข้องเกี่ยวทางเครือญาติพระพันปิองค์ปัจจุบัน พันปีน ผู้ว่าการศาลซุ่นเทียน เป็นทั้งผู้บัญชาการของถังฟั่่นและศิษย์พี่ เพราะมีอาจารย์เป็นนักปราชญ์ขุนนางคนเดียวกัน พันปิไม่ใช่คนขลาด เกรงอิทธิพล เพียงแค่รักความเงียบสงบ รู้รักษาตัวรอดปลอดภัยไว้ก่อน
 
10. วิวาห์ไฮโซ เล่ม 3 - Jian Jia Ni Zi (เจียนจยาหนีจื่อ)
ลูกนอกสมรสของตระกูลเมิ่ง มีชะตาชีวิตอยู่สองแบบ แบบที่หนึ่งคือ ‘มีประโยชน์’ และก็ถูกใช้ประโยชน์จนตาย แล้วก็แบบที่สอง ‘ไร้ประโยชน์’ หรือเป็นขยะรีไซเคิล เมื่อได้กลับชาติมาเกิดอีกที เมิ่งถิงจึงเลือกแบบที่สอง อย่างไม่ลังเล ผลก็คือ เขาถูกจับแต่งงาน! สาววายที่นิยมนายเอกนุ่มนิ่ม น่าเอ็นดู กับพระเอกไทป์ alpha