แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - panne rattana

หน้า: [1] 2 3 ... 7
1
รถ ยานพาหนะ / รถ MINI John Cooper Work
« เมื่อ: ธันวาคม 01, 2018, 06:59:42 PM »
รีวิว ทดลองขับ BMW X4 และ MINI John cooper works สุดมันในสนามแก่งกระจาน (Test Drive Review)

BMW Thailand เปิดโอกาสให้ทีมงานเช็คราคาได้ทดสอบขับ BMW X4 และ MINI John cooper works รุ่นใหม่ สัมผัสสมรรถนะเต็มที่ในสนามแก่งกระจาน เซอร์กิต จ.เพชรบุรี

ทีมงานเช็คราคา ได้ร่วมทริปในครั้งนี้ด้วยการทดลองขับแบบเล็กๆ แต่สุดมันในสนามแข่งรถ แบ่งเป็นการทดลองขับรถยนต์สุดหรู BMW X4 xDrive20d M Sport กับ 2 รูปแบบทั้งในสนามที่มีการตัดแทร็กให้ลุยแบบออฟโร้ดเบาๆ และการขับแบบสลาลอม บนทางฝุ่น และอีกหนึ่งความเร้าใจระดับ 200 กว่าแรงม้ากับตระกูล MINI John CooperWorks รุ่นใหม่ เปิดตัวไม่ก่อนหน้านี้ไม่นานกับ 4 รุ่น ทั้ง Mini JCW hacth, Mini JCW Convertible, Mini JCW Countryman และ Mini JCW Clubman

BMW X4 xDrive20d M Sport เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบที่มาพร้อมเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ให้พละกำลังสูงสุดที่ 140 กิโลวัตต์ / 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุดที่ 400 นิวตันเมตร ที่ 1,750 - 2,500 รอบต่อนาที เร่งความเร็วจาก 0 - 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 8 วินาที ทะยานสู่ความเร็วสูงสุด 213 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ให้สมรรถนะที่คล่องตัวในทุกสภาพท้องถนนด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ บีเอ็มดับเบิลยู xDrive ทำงานควบคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Steptronic 8 จังหวะ ขับเคลื่อนสี่ล้อ Part Time แบบแปรผันระหว่างล้อคู่หน้าและคู่หลัง (xDrive)

โดดเด่นด้วยชุดแต่งและอุปกรณ์รอบคัน ระบบ Full LED ทั้งไฟหน้า Bi-LED พร้อม Daytime ไฟตัดหมอกหน้า และไฟท้าย แบบ three-dimensional L-shaped ล้อแม็ก M ลาย Double-spoke ขนาด 19 นิ้วพร้อมยาง 245/50 R19

ภายในคอนโซลหน้าหุ้มหนัง Sensatec ตกแต่งด้วย Aluminium Rhombicle และแถบโครเมี่ยม พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นสามก้านแบบ M Sport พร้อมปุ่มควบคุม iDrive สั่งงานด้วยระบบสัมผัส จอแสดงผลขนาด 10.25 นิ้ว ระบบการสั่งงานอัจฉริยะ BMW Gesture Control ระบบนำทางและระบบบันเทิงสามารถรับคำสั่งผ่านการเคลื่อนไหวของมือ และสื่อสารอัจฉริยะ BMW ConnectDrive สั่งงานด้วยเสียง (Intelligent Voice Control Assistance) ระบบเสียงจาก Harman Kardon ระบบปรับอากาศแบบ three-zone climate control system 3 โซน ราคา 3,999,000 บาท

MINI Cooper Works ทั้ง MINI Hatch 3 ประตู, MINI Hatch 5 ประตู, MINI Convertible และ MINI John Cooper Works Hatch 3 ประตู ซึ่งทั้ง 4 รุ่น ได้รับการปรับใหม่ ทั้งโลโก้, ไฟหน้า, ล้อ ไปจนถึงการตกแต่งภายใน โดยจุดที่โดดเด่นที่สุดน่าจะเป็นไฟท้ายลายธงยูเนียนแจ๊ค ในด้านสมรรถนะก็ได้เปลี่ยนเครื่องยนต์และชุดเกียร์อัตโนมัติให้ประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

ภายนอก โดดเด่นสะดุดตาด้วยโคมไฟหน้าเน้นด้วยพาเนลสีดำด้านในโคมไฟ การปรับโฉมไฟหน้าแบบวงแหวนเต็มวงดีไซน์ใหม่แบบ LED พร้อม LED Daytime Running Light พร้อมไฟเลี้ยวภายในวงแหวนเดียวกัน เทคโนโลยีล่าสุด Adaptive LED Headlights ในรุ่น MINI John Cooper Works Hatch 3 ประตู ที่จะช่วยปรับความสว่างของไฟหน้าแบบอัตโนมัติตามสภาพเส้นทาง


รถ MINI John Cooper Work คลิ๊กที่นี่ https://www.checkraka.com/car/mini/john-cooper-works/

2
MOTOR EXPO 2018 เปิดจองพื้นที่จัดแสดง ผู้ประกอบการเข้าร่วมคึกคัก เปรยไฮไลท์ รถรุ่นล่าสุด ทั้งที่เปิดตัวครั้งแรกในไทย ในอาเซียน ในเอเชีย และในโลก

วันที่ 5 มิถุนายน 2561 นายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35 หรือ Motor Expo 2018 เปิดเผยว่า “บริษัทรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง ให้ความสนใจจองพื้นที่งานปีนี้มากเป็นพิเศษ เนื่องจากตลาดรถยนต์กำลังเติบโตต่อเนื่อง โดยสี่เดือนแรกของปีนี้มียอดจำหน่ายรถยนต์เพิ่มขึ้นกว่า 15% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา”

ไฮไลท์ของงานได้แก่ การจัดแสดงรถแนวคิดและรถรุ่นล่าสุด ทั้งที่เปิดตัวครั้งแรกในไทย ในอาเซียน ในเอเชีย และในโลก

โดยภาพรวมจะเน้นยานยนต์ที่มีเทคโนโลยีสูง และสามารถมอบประสบการณ์การขับขี่สุดเร้าใจแก่บรรดาคนรักรถ ตามแนวคิด “ขับสนุก! ก่อนยุคไร้คนขับ – Enjoy Driving! Before Driverless Era”

“ยอดจองรถยนต์ภายในงานตั้งเป้าไว้ที่ 45,000 คัน รถจักรยานยนต์ 8,000 คัน ส่วนจำนวนผู้ชมคาดว่าจะสูงถึง 1.5 ล้านคน สร้างเงินหมุนเวียน 55,000 ล้านบาท” ขวัญชัย กล่าวเพิ่มเติม

มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35 หรือ Motor Expo 2018 มีพื้นที่จัดงานรวมทั้งสิ้น 80,000 ตารางเมตร แบ่งเป็น ภายในอาคารชาลเลนเจอร์ 60,000 ตารางเมตร สำหรับแสดงรถยนต์ รถจักรยานยนต์ อุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง และภายนอกอาคารอีก 20,000 ตารางเมตร สำหรับจัดกิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ โดยผังพื้นที่ใกล้เคียงกับงานปีที่ผ่านมา


มอเตอร์เอ็กโป จัดงาน 29 พ.ย. – 10 ธ.ค. 61 คลิ๊กที่นี่ https://www.checkraka.com/motorexpo/

3
รถ ยานพาหนะ / พริตตี้ มอเตอร์เอ็กโปร์ 2018
« เมื่อ: ธันวาคม 01, 2018, 01:24:29 PM »
อีกหนึ่งสีสันคู่กับงานแสดงรถยนต์นั่นก็คือ เหล่าบรรดาพริตตี้น่ารักๆ นั่นเอง ซึ่งปีนี้แม้ว่าจะมีการคุมโทนให้ดูเรียบร้อย สบายตา แต่รับรองว่าแต่ละคนก็สวยแซ่บไม่เบา

ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีอยู่ไม่น้อยทีเดียวที่บรรดาพริตตี้รถยนต์ช่วงหลังมานี้ จะแต่งตัวค่อนข้างเรียบร้อย ไม่เน้นเซ็กซี่เหมือนปีก่อนๆ ที่มักจะแย่งซีนรถใหม่ในงานไปเสียหมด ซึ่งมอเตอร์โชว์ 2018 ครั้งนี้ก็เช่นกัน ทำให้บรรยากาศภายในงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สบายตา MOTOR EXPO 2018 จัดงาน 29 พ.ย. – 10 ธ.ค.

MOTOR EXPO 2018 ปีนี้ ยกทัพพริตตี้จากทั้งค่ายรถยนต์และค่ายมอเตอร์ไซค์ ซึ่งบอกได้เลยว่าปีนี้น่ารักทุกคน เห็นทีจะหมดยุคแล้วสำหรับพริตตี้แต่งตัววาบหวิว เพราะ MOTOR EXPO 2018 ปีนี้ พริตตี้แต่ละคนแต่งตัวเรียบร้อยเป็นพิเศษ เพิ่มด้วยความน่ารักเป็นกันเอง ทำให้งานแสดงรถยนต์ในครั้งนี้ดูแล้วสบายตา ท่านใดอยากพาลูกพาหลานมาก็สบายใจหายห่วงได้

ในปีนี้มีแบรนด์รถยนต์เข้าร่วมงานมากถึง 30 กว่าแบรนด์ เริ่มจากค่ายญี่ปุ่นอย่าง Toyota, Lexus, Nissan, Honda, Mitsubishi, Isuzu, Mazda, Subaru, Suzuki ส่วนรถเกาหลีอีก 2 แบรนด์คือ KIA และ Hyundai และรถอินเดียจาก TATA และค่ายจากประเทศจีนเช่น Foton … ฯลฯ

ในส่วนของแบรนด์รถยุโรปและรถอเมริกัน ก็มาร่วมงานอย่างมากมาย อาทิ Audi, BMW, Bentley, Mercedes-Benz, MINI, Jaguar, Porsche, Land Rover, Volvo, MG, Ford, Maserati, Chevrolet ฯลฯ


พริตตี้ มอเตอร์เอ็กโปร์ 2018 คลิ๊กที่นี่ https://www.checkraka.com/motorexpo/

4
มืออาชีพดับกลิ่นบ่อบำบัดน้ำเสียด้วยจุลินทรีย์หอม-บำบัดกลิ่นเน่าเหม็นในบ่อบำบัดน้ำเสีย มีปัญหาบ่อบำบัดน้ำเสียส่งกลิ่นเหม็นรบกวนใจใช้จุลินทรีย์หอม-กลิ่นหอมทันทีที่ใช้

อีกปัญหายอดฮิตอันดับ 2 คือ กลิ่นเหม็นจากบ่อบำบัดน้ำเสีย ซึ่งตามปกติน้ำเสียทั้งหมดของโรงงานหรือบริษัทต่างๆจะถูกนำไปเก็บหรือระบายไปเก็บไว้ที่บ่อบำบัดส่วนกลาง เป็นแหล่งเก็บของเสียหรือน้ำเสียรวม ของเสียต่างๆอาจจะมาจากไลน์ผลิตและห้องน้ำส่วนกลางแล้วนำมาบำบัดที่บ่อบำบัดที่สร้างขึ้นมา ของเสียในน้ำเสียอาจจะส่งกลิ่นเหม็นรบกวนรอบๆบริเวณ น้ำเสียเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการบำบัดให้เป็นน้ำดีก่อนปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อมสาธารณะ น้ำเสียส่วนใหญ่จะอยู่ในบ่อบำบัดลากูน ซึ่งเป็นบ่อธรรมชาติหรือบ่อปูน และส่วนใหญ่การบำบัดน้ำเสียยังไม่สมบูรณ์จึงเกิดปัญหาส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งไปทั่วบริเวณรอบๆบ่อบำบัดและบริเวณข้างเคียง การแก้ปัญหานี้ด้วยการเติมหรือเพิ่มจุลินทรีย์ลงในบ่อบำบัดน้ำเสีย เพื่อให้จุลินทรีย์ไปย่อยสลายของเสียที่ยังไม่ได้รับการย่อยสลาย การเพิ่มจุลินทรีย์ลงในระบบบ่อบำบัดต้องมากพอสำหรับปริมาณน้ำเสีย ถ้าเติมจุลินทรีย์น้อยเกินไปจะไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร

ควรเติมจุลินทรีย์ในบ่อบำบัดน้ำเสียบ่อยแค่ไหน?

ควรเติมจุลินทรีย์ย่อยสลายของเสียน้ำเสียอย่างน้อยเดือนละครั้งหรือบ่อยครั้งได้ยิ่งเป็นการดี ปริมาณการเติมในแต่ละครั้งควรเติมให้มากพอสำหรับน้ำเสีย

การแก้ปัญหากลิ่นเหม็นจากบ่อบำบัดน้ำเสียที่ส่งกลิ่นเหม็นรบกวน

ด้วยการบำบัดด้วยจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย อาจจะเป็นจุลินทรีย์ที่ใช้ออกซิเจนและจุลินทรีย์ที่ไม่ใช้ออซิเจนร่วมกันก็ได้ เพราะลำพังจุลินทรีย์ที่ใช้ออกซิเจนอาจจะไม่เพียงพอต่อปริมาณน้ำเสียหรือของเสียที่เกิดขึ้น กรณีที่การย่อยสลายน้ำเสียหรือของเสียของจุลินทรีย์ยังไม่สมบูรณ์จะเกิดปัญหากลิ่นไม่พึงประสงค์หรือกลิ่นเหม็นเกิดขึ้น ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องเติมหรือเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์เข้าไปในระบบบำบัดน้ำเสียหรือเติมลงในบ่อเกรอะให้เพียงพอต่อปริมาณน้ำเสีย เพื่อปฏิกิริยาการย่อยสลายจะได้สมบูรณ์ กลิ่นเหม็นต่างๆก็จะน้อยลงหรือไม่ปรากฎ จะเห็นได้ว่า ปริมาณจุลินทรีย์ต้องพอเหมาะหรือมากกว่าน้ำเสียหรือของเสียที่เกิดขึ้น กลิ่นเหม็นจึงจะหายไปหรือลดลง ควรเติมจุลินทรีย์เป็นระยะๆ อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เนื่องจากจุลินทรีย์บางส่วนในบ่อเกรอะอาจเสื่อมสลายไปตามธรรมชาติ ทำให้ปริมาณจุลินทรีย์ในบ่อเกรอะลดลงอย่างต่อเนื่อง จึงมีความจำเป็นต้องเติมจุลินทรีย์เพิ่มลงในบ่อเกรอะดังกล่าว


น้ำยาดับกลิ่นบ่อ บำบัดน้ำเสีย ส่งกลิ่นเหม็นรบกวน คลิ๊กที่นี่ https://www.bcithailand.net/บำบัดน้ำเสีย/

5
นกหงส์หยก(Zebra Parakeet)
ชื่อวิทยาศาสตร์ Melopsittacus Undulatus

ชื่ออื่นที่ใช้เรียกคือ Shell Parrot, Zebra Parakeet, Warbling Grass Parakeet, Undulated Parrot

ประวัติและความเป็นมา

ถิ่นกำเนิดดั้งเดิมของ Budgerigar นั้นอาศัยอยู่ตามทุ่งหญ้าทั่วไปในออสเตรเลียปัจจุบันมักเรียกสั้นลงว่า บั๊ดจี้ส์ (Budgies) และ Parakeet ก่อนหน้ามีผู้เข้าใจ ว่านกนี้อยู่ในจำพวก Lovebird แต่ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับแล้วว่าเป็นคนละชนิดกัน ชื่อเรียก Budgerigar เป็นชื่อซึ่งเพี้ยนมาจากสำเนียงพื้นเมืองในออสเตรเลียที่เรียกว่าBetcherrygah แปลว่าอาหารดี หรือกินอร่อย บุคคลแรกที่ได้ศึกษาและนำเรื่องราวในฐานะเป็นนกใหม่ เป็นนักสัตวศาสตร์ชาวอังกฤษ ชื่อ กูลด์ (Gould) ซึ่งได้เข้าไปศึกษาชีวิตการเป็นอยู่ของสัตว์ต่างๆ ในออสเตรเลีย เมื่อ 110 ปีที่แล้ว

ชนิดและสีของนกหงส์หยก สีขั้นพื้นฐานในปัจจุบันของนกหงส์หยกชนิดธรรมดาได้แก่ สีเขียว(Green) สีฟ้า(Blue) สีเหลือง(Yellow) และขาว สีที่กล่าวมาแต่ละสีมีชื่อเรียกแยกออกไปตามความอ่อนแก่ของ สี โดยแยกเป็นน้ำหนักสีคือ อ่อน , กลาง และ แก่

นอกจากสีธรรมดาดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ยังมีอีก 3 ชนิดที่ควรทราบคือ

โอแพล์ลิน (Opaline) ชนิดสีนี้มิได้กล่าวเจาะจงว่าเป็นสีใดโดยเฉพาะ แต่จะมีลักษณะเป็น ที่สังเกตุดังนี้ บนคอ ใต้คอ และตรงขอบปีกติดกับไหล่จะไม่มีลายหรือจุด และจะต้องมีสีเหมือนกับ สีของลำตัว สีพื้นของปีก(มีลาย) ก็มีสีประมาณเป็นสีเดียวกับลำตัวเช่นเดียวกัน (นกชนิดธรรมดา ตัวเขียวจะมีหัวเหลือง ใต้คอเหลือง มัจุด 6 จุด และพื้นปีกก็เป็นสีเหลือง)

เผือก อัลบิโนส์ (Albinos) ลักษณะที่สังเกตคือ สีตลอดตัวจะประมาณได้เป็นสีเดียว เริ่ม ตั้งแต่ขาวปลอดทั้งตัวหรือมีสีค่อนไปทางสีฟ้า

ลูติโนส์ (Lutinos)เป็นนกที่มีสีเหลืองปลอด หรือมีสีค่อนไปทางเขียวทั้ง 2 ชนิด คือขาว และเหลืองนี้ ลักษณะสำคัญที่เห็นได้ชัดคือต้องมี นัยน์ตาสีแดง

ลักษณะทั่วไป

นกหงส์หยก เป็นนกที่มีขนาดเล็ก มีลวดลาย และสีสันที่สวยงาม และสามารถแยกออกเป็นหลายพันธุ์ในตระกูลเดียวกัน นกหงษ์หยกเป็นนกที่ชอบแต่งตัวและรักสะอาด ชอบแต่งขนหน้ากระจก เราควรมีกระจกให้แก่นกด้วย โดยให้กระจกเหมาะสมกับจำนวนของนก บางครั้งเราควรที่ใช้ฟร็อคกี้ หรือ ที่ฉีด ฉีดน้ำให้เป็นฟอยๆกระจาย นกจะมาเล่นน้ำเพื่อทำความสะอาดขน และก็จะแต่งขน ซึ่งจะทำให้นกมีขนที่สวยงาม

การดูเพศนก

การดูเพศของนกนั้นไม่ยากเลย สามารถที่จะสังเกตได้ ไม่ยาก โดยดูที่จมูกของนก ในนกตัวผู้เมื่อเจริญเต็มที่หรือพร้อมที่จะผสมพันธุ์ จมูกนกจะเป็นสีฟ้าเข้ม และในนกตัวเมียนั้นจมูกของนกเมื่อเจริญเต็มที่หรือพร้อมที่จะผสมพันธุ์ จมูกของนกจะมีสีออกเป็นสีเนื้อหรือสีน้ำตาลเข้ม สีดังกล่าวจะ เข้มขึ้นเรื่อยๆเมื่ออยู่ในระยะผสมพันธุ์

นกหงษ์หยกจะจับคู่เมื่อมันพร้อมที่จะผสมพันธุ์ โดยสังเกตได้จาก นกอยู่กันเป็นคู่ ไซร้ขนให้กัน จะคอยป้อนอาหารให้กัน

การเลี้ยงดู

นกหงส์หยกสามารถเลี้ยงดูได้ง่าย ส่วนมากนิยมเลี้ยงกันในกรงขนาดใหญ่พอที่ นกสามารถบินได้ และต้องมีขนาดให้พอเหมาะกับจำนวนของนกด้วย ตำแหน่งการตั้งกรงนั้นไม่ควร ตั้งไว้ในที่ๆมีอากาศร้อน หรือที่มีลมโกรกมาก ควรไว้ในที่ๆ มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก อาหารและน้ำของต้องมีให้นกกินทุกวัน และควรเปลี่ยนอาหารและน้ำทุกวัน เพราะถ้าไม่เปลี่ยนอาจเป็นแหล่งเพราะโรค ของนกได้

โดยธรรมชาติ นกหงส์หยกจะอยู่รวมกันเป็นฝูง ฉะนั้นถ้าเลี้ยงรวมในกรงใหญ่ เครื่องเล่นต่างๆอาจ ไม่จำเป็น แต่ถ้าเลี้ยงเพียงตัวเดียวหรือคู่เดียว เครื่องเล่นต่างๆก็ไม่อาจมองข้าม นอกจากอุปกรณ์เช่น ถ้วย หรือจานสำหรับใส่อาหาร น้ำ ผัก ทราย ที่ทุกกรงจะขาดไม่ได้และควรมี Clofood (อาหารที่มีส่วนผสมของขนมปัง ไข่ และธาตุที่มีประโยชน์อื่นๆ)

อาหารของนกหงส์หยก

ข้าวฟ้าง คืออาหารหลักของนกหงษ์หยก ซื้อได้ตามร้านค้าทั้วไปปัจจุบันอยู่ที่ ราคาประมาณ ถุงละ 20 บาท เป็นเมล็ดพืชเมล็ดเล็กๆ ควรซื้อแบบที่แบ่งขายใส่ถุง มากกว่า เพราะจะทำให้อาหารดูสด และป้องกันฝุ่นได้

เมล็ดกวด แคลเซียม(กระดองปลาหมึก) เป็นสิ่งสำคัญสำหรับนกเลยทีเดียว จากประสบการณ์ของผู้เขียน คิดว่าสำคัญมากเพราะเมล็ดกวดหรือแคลเซียม(กระดองปลาหมึก)จะช่วยย่อยอาหาร ในลูกนกถ้าขาดของพวกนี้อาจจะมีอาการผิดปกติ ไม่แข็งแรง หรือตายได้ เมล็ดกรวด อาจจะนำมาจากทรายก็ได้แต่ควรล้างด้วยน้ำสะอาดเสียก่อน แคลเซียม(กระดองปลาหมึก) อาจจะหาซื้อได้ในร้านที่ขายนกร้านใหญ่ หรืออาจจะหาซื้อได้ที่ตลาดนัดสวนจตุจักร ราคาไม่หน้าแพงมาก ขายอยู่ที่ราคาประมาณ อันละ 5 บาทซึ่งมีขนาดใหญ่


นก หงส์หยก รู้จักสายพันธุ์ นกหงษ์หยก ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.plawharn.com/

6
ปลาทอง จัดว่าเป็น ปลาสวยงาม อับดับต้นๆ ที่ทุกคนจะนึกถึงเมื่อเวลาอยากจะเลี้ยงปลาซักชนิดหนึ่ง แต่มีใครเคยรู้หรือไม่ว่าปลาทองอาจไม่ได้เลี้ยงง่ายอย่างที่คิด การจะเริ่มเลี้ยงปลาทองนั้นต้องศึกษาข้อมูล และเตรียมตัวเองให้มีความพร้อมด้วยเช่นกัน

ปลาทอง วิธีการเลี้ยง

มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ต้องผิดหวังเสียใจกับการจากไปอย่างไม่รู้สาเหตุของปลาทองที่เลี้ยงไว้ เพราะปลาทองถือว่าเป็นสัตว์ที่ตายได้ง่าย วันนี้ Petcitiz จึงจะขอเรียบเรียงสิ่งสำคัญที่ต้องรู้ และการเตรียมความพร้อมก่อนที่จะนำปลาทองมาเลี้ยง ถ้าพร้อมแล้วเรามาเริ่มกันเลยค่ะ

ปลาทอง วิธีการเลี้ยง

⦁ ตู้ปลา
การเลี้ยงปลาทองให้มีสุขภาพแข็งแรง สีสันสดใส เราจำเป็นต้องใส่ใจรายละเอียดตั้งแต่สถานที่เลี้ยง โดยทั่วไปนิยมเลี้ยงในตู้กระจกใส หรืออ่างปูนซีเมนต์ หากเลี้ยงในตู้กระจกควรเลือกขนาดที่มีความจุของน้ำอย่างน้อย 40 ลิตร ซึ่งใช้เลี้ยงปลาทองได้มากถึง 12 ตัว แต่ถ้าเลี้ยงในอ่างซีเมนต์ต้องคำนึงถึงแสงสว่าง ควรเป็นจุดที่ไม่อับแสง แต่ก็ไม่ควรมีแสงจ้าจนเกินไป ทั้งนี้ควรใช้ตาข่ายพรางแสงประมาณ 60% ปิดปากบ่อ สภาพของบ่อเลี้ยงควรสร้างให้ลาดเอียง เพื่อความสะดวกในการเปลี่ยนถ่ายน้ำ
ส่วนการเลี้ยงปลาทองในตู้กระจกจะทำให้ง่ายต่อการควบคุมอุณหภูมิ เพราะว่าปลาทองค่อนข้างที่จะอ่อนไหวกับการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ฉะนั้นการรักษาระดับอุณหภูมิให้คงที่ตลอดวันจะทำให้ปลาทองรอดชีวิตได้ดีมากขึ้น

ปลาทอง วิธีการเลี้ยง

⦁ การให้อาหาร
น้องแมวสีเทาแนะนำว่าควรให้อาหารสำเร็จรูป วันละ 1-2 ครั้ง ปลาควรกินหมดภายใน 15 นาที อาหารที่เหลือควรตักออกเพื่อป้องกันน้ำเน่าเสีย การให้แต่ละครั้งไม่ควรมากจนเกินไป เพราะจะทำให้ปลาอ้วนเกินไปได้ ลักษณะของปลาทองที่สมบูรณ์สังเกตได้จากบริเวณโคนหางจะใหญ่ แข็งแรง และมีความสมดุลกับตัวปลา เมื่อมองจากมุมด้านบนจะสังเกตเห็นความกว้างของลำตัวอ้วนหนา บึกบึน ขณะที่สีบนตัวปลาจะต้องมีสีสดเข้ม กรณีที่เลี้ยงปลาทองในบริเวณที่มีแสงแดดเพียงพอไม่จำเป็นต้องให้อาหารเร่งสีแก่ปลาทองค่ะ

ปลาทอง การเลี้ยงปลาทอง

⦁ คุณภาพของน้ำ
น้ำเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญมากในการเลี้ยงปลา เพราะมีผลต่อปลาโดยตรง เช่น คุณภาพน้ำที่เหมาะสมจะทำให้ปลาเจริญเติบโตเร็ว ปลาไม่เกิดความเครียด สุขภาพดี แข็งแรง ต้านทานต่อโรคได้ดี ซึ่งน้ำประปามีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะนำมาใช้เลี้ยงปลาทอง เนื่องจากน้ำประปาผ่านการบำบัด และการกรองหลายขั้นตอน จึงสะอาด ปราศจากเชื้อโรค แต่ก็มีปัญหาเรื่องปริมาณคลอรีนที่หลงเหลืออยู่ในน้ำเช่นกัน วิธีการกำจัดคลอรีนก็สามารถทำตามได้ดังนี้ค่ะ

– พักน้ำไว้ 2-3 วัน หรือตากแดดไว้ 24 ชั่วโมง คลอรีนจะแตกตัวระเหยไปกับอากาศ

– ถ้าต้องการใช้น้ำเลี้ยงปลาทันที สามารถเติมโซเดียมไทโอซัลเฟต อัตรา 1 เกล็ดต่อน้ำ 5 ลิตร

ปลาทอง การเลี้ยงปลาทอง

⦁ อากาศหรือออกซิเจนในน้ำ
ปลาทองส่วนมากเคยชินกับสภาพน้ำที่ต้องมีออกซิเจน ดังนั้น ในตู้ปลาก็ต้องมีระบบการหมุนเวียน ไม่ว่าจะผ่านระบบกรองน้ำ น้ำพุ น้ำตก หรือปั๊มน้ำ เพราะการหมุนเวียนของน้ำคือการทำให้เกิดการสร้างออกซิเจน และปลาทองขนาดใหญ่ย่อมต้องการออกซิเจนมากกว่าปลาเล็ก

ส่วนเรื่องอุณหภูมิของน้ำที่เหมาะสม คือ 28-35 องศาเซลเซียส หากเพิ่งซื้อปลามาใหม่ ก่อนที่จะปล่อยปลาลงในตู้ ควรแช่ถุงใส่ปลาทองในน้ำก่อนซัก 10-15 นาที เพื่อเป็นการปรับอุณหภูมิให้กับปลาค่ะ

ปลาทอง การเลี้ยงปลาทอง

⦁ การเลือกซื้อปลาทอง
จริงๆ แล้วไม่จำเป็นต้องเลือกซื้อปลาทองที่มีราคาแพง โดยเฉพาะมือใหม่ควรซื้อปลาทองที่ขนาดเล็กมาลองหัดเลี้ยงดูก่อน ซึ่งการเลือกปลาทองขอให้ดูลักษณะที่ดี เน้นความสมบูรณ์ และแข็งแรงเป็นหลัก ควรเลือกปลาที่ว่ายน้ำตลอดเวลา การว่ายน้ำต้องเป็นปกติ ไม่หัวทิ่ม หรือเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง เลือกปลาที่ตัวใหญ่ที่สุดในกลุ่ม ตัวปลาต้องมีสีเข้ม เกล็ดเป็นมันวาว มีความสมดุลของลำตัวด้านซ้ายและขวา ปลาที่สมบรูณ์แข็งแรงครีบและหางจะเบ่งบานตลอดเวลา

หวังว่าข้อมูลทั้งหมดที่น้องแมวสีเทานำมาฝากในวันนี้ คงจะเป็นตัวช่วยที่ดีให้กับเพื่อนๆ ในการเริ่มที่จะลงมือเลือกซื้อเจ้าปลาทองตัวน้อยมาเลี้ยงนะคะ น้องแมวสีเทาอยากฝากไว้ว่าสัตว์เลี้ยงทุกชนิดล้วนต้องการความเอาใจใส่มากๆ และอย่าลืมให้ความรักอย่างเต็ม 100% ด้วยนะคะ ถึงแม้จะเป็นปลาทองตัวน้อยก็ตามที


5 ข้อสำคัญที่คุณต้องรู้ก่อนคิดเลี้ยงปลาทอง คลิ๊กที่นี่ https://www.plawharn.com/

7
ผู้ผลิตรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ แห่จองพื้นที่งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35″ หรือ The 35th Thailand International Motor Expo 2018 วันแรกค่ายรถยนต์ จองไปแล้ว 95 % ด้านรถจักรยานยนต์ ทะลุถึง 110 % เตรียมเปิดตัวรถใหม่ตามแนวคิด “ขับสนุก ! ก่อนยุคไร้คนขับ” หวังกวาดยอดขายส่งท้ายปี

ช่วงเช้า (6 มิถุนายน 2561) เป็นการแถลงข่าวเพื่ออัพเดทข่าวสารความเคลื่อนไหวในแวดวงยานยนต์ พร้อมเปิดจองพื้นที่งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35″ ต่อสื่อมวลชน

สำหรับบรรยากาศการจองพื้นที่ในช่วงบ่ายของผู้ผลิตรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ปีนี้ปิดการขายไปด้วยเวลาอันสั้นเพียง 30 นาที ถึงแม้จะมีการพักเบรค 5 นาทีด้วยก็ตาม โดยค่ายรถยนต์จับจองพื้นที่ไปถึง 95 % ส่วนรถจักรยานยนต์ ขยายพื้นที่ไปถึง 110 % โดยผังพื้นที่ใกล้เคียงกับงานปีที่ผ่านมา (อาจปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม) นั่นคือพื้นที่จัดงานรวมทั้งสิ้น 80,000 ตารางเมตร แบ่งเป็น ภายในอาคารชาลเลนเจอร์ 60,000 ตารางเมตร สำหรับแสดงรถยนต์ รถจักรยานยนต์ อุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง และภายนอกอาคารอีก 20,000 ตารางเมตร สำหรับจัดกิจกรรมกลางแจ้งอื่นๆ โดยพื้นที่รถยนต์ จะมีทั้งพื้นที่ขนาดใหญ่ และขนาดเล็ก เพื่อตอบสนองความต้องการของบริษัทรถยนต์ รวมถึงได้ขยายพื้นที่แสดงรถยนต์เพิ่มขึ้น

การจองพื้นที่งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35” ยังคงให้ความยุติธรรม และความเสมอภาคแก่ผู้สนใจทุกราย โดยใช้คะแนนเป็นเกณฑ์ตัดสิน ไม่มีการให้สิทธิพิเศษ และปีนี้จะนำกฎเกณฑ์การหักคะแนนมาใช้เป็นปีแรก โดยบริษัทรถยนต์ที่ไม่นำรถมาแสดงตามที่ระบุในแบบสอบถามในงานปีก่อน จะถูกหักคะแนนของปีนี้ ยกเว้นว่ามีการนำสินค้ามาแสดงทดแทน สาเหตุที่ต้องหักคะแนน เนื่องจากปีที่ผ่านมา แต่ละบริษัทชนะกันเพียง 1-2 คะแนน จึงไม่ต้องการให้เกิดข้อครหาในการจองพื้นที่ จากกฎกติกาที่กล่าวข้างต้นจึงทำให้ปิดการจองพื้นที่ไปด้วยเวลาอันสั้นนั่นเอง (ท่านสามารถดูเกณฑ์ในการตัดสินได้ที่นี่)

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน เปิดเผยในช่วงแถลงข่าวว่า “บริษัทรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง ให้ความสนใจจองพื้นที่งานปีนี้มากเป็นพิเศษ เนื่องจากตลาดรถยนต์กำลังเติบโตต่อเนื่อง โดย 4 เดือนแรกของปีนี้มียอดจำหน่ายรถยนต์เพิ่มขึ้นกว่า 15 % เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา”


มอเตอร์เอ็กโปร์ 2018 : จองพื้นที่วันแรกคึกคัก ค่ายรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ คลิ๊กที่นี่ https://www.checkraka.com/motorexpo/

8
รถ ยานพาหนะ / Kawasaki Ninja H2 SX ข้อมูลสเปคราคา
« เมื่อ: ตุลาคม 30, 2018, 07:15:57 PM »
Kawasaki Ninja H2 SX ถือเป็นเจนสองของการพัฒนารถซุปเปอร์ชาร์จ Bigbike จากทางค่ายยักษ์เขียวอย่าง คาวาซากิ มีพื้นฐานมาจาก คาวาซากิ นินจา เฮชทู และ คาวาซากิ นินจา เฮชทูอาร์ หลักๆเจ้า h2 sx มุ่งหวังเพิ่มประสิทธิภาพและความแรงและยังขับขี่สบายในรูปแบบรถบิ๊กไบค์สปอร์ตทัวร์เรอร์ ที่ทำให้การเดินทางไกลสบายมากขึ้น และยังมีระบบ KCMF (Kawasaki Cornering Management Function) ที่ช่วยในการเข้าโค้งอีกด้วย นอกจากนี้เจ้า คาวาซากิ นินจา เฮชทู เอสเอ็กซ์ ยังได้มีการออกแบบหน้าปัดเรือนไมล์ใหม่ ให้ดูเท่ห์ หรูหรา สวยงาม ดุดันมากยิ่งขึ้น

หน้าจอแสดงผล เฮชทู เอสเอ็กซ์ ด้านขาวเป็นแบบจอสี TFT มีเลขบอกเกีรย์ ความเร็ว ระดับน้ำมัน ความร้อน เวลา แล้วโหมดต่างๆ ส่วนด้านซ้านมือ มีมาตรวัดเป็นแบบ Analog มีไฟบอกเกีรย์ว่าง ไฟเครื่อง ไฟเลี้ยงซ้ายขวา ไฟ ABS และไฟเตือนความร้อนเป็นต้นนอกจากนี้ เฮชทู เอสเอ็กซ์ ยังมาพร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัยทำให้การควบคุมรถได้อย่างดี ด้ายซ้ายของรถมีสวิตซ์ปรับเปลี่ยนโหมดต่างๆ สวิตซ์ไฟเลี้ยง ไฟฉุกเฉิน ไฟสูงไฟต่ำ ทำให้สะดวกสบายในการใช้งานมากขึ้น เฮชทู เอสเอ็กซ์ มาพร้อมเครื่องยนต์ 200 แรงม้า 4 จังหวะ 4 สูบเรียง DOHC 4 วาล์วต่อลูกสูบ ได้พัฒนามาจาก เฮชทู และ เฮชทูอาร์ โดยจะให้กำลังเครื่องยนต์ที่มากขึ้น แล้วยังมีอัตราการสิ้นเปลืองที่น้อยกว่า คาวาซากิ Z1000SX อีกด้วย โครงถักที่สวยงานมีความทนทานมากยิ่งขึ้น ระบบกันสะเทือนล้อหน้าเป็นโช็กแบบหัวกลับ ขนาดแกร 43 มม. ส่วนล้อหลัง สวิงอาร์มแบบ BFRC-Litr โช็กหลังเดี่ยว KYB พร้อมกระปุกหมุนปรับได้ Setting ระบบเบรกล้อหน้าให้ดิสก์เบรกคู้ คาลิปเปอร์ขนาด 330 มิลลิเมตร ล้อหลังให้ดิสก์เบรกเดี่ยว คาลิปเปอร์ขนาด 250 มิลลิเมตร ในส่วนท่อไอเสีย ปรับปลายใหม่ให้แคบลงกว่าเดิม จึงทำให้น้ำหนักลดลงอีก 2 กก.

เฮชทู เอสเอ็กซ์ มาพร้อมไฟหน้าโปรเจ็คเตอร์ LED ในแบบ NINJA H2 ไฟ LED Cornering Light เพื่อให้ความปลอดภัยในการใช้งานตอนกลางคืนมากขึ้นอีกด้วย ไฟท้ายแบบแยกชิ้น ให้ความสวยงาม ดูหรูหรา โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไฟเป็นแบบ LED ทั้งคู่ ส่องสว่างได้ดีในเวลากลางคืน เห็นชัดเจนมาแต่ไกล ส่วนไฟเลี้ยวก็เป็นแบบ LED เช่นเดียวกัน พร้อมล้อแม็กซ์รูปดาวหน้าหลังแบบของ สวิงอาร์มเป็นสวิงโปรอาร์มหรือสวิงอาร์มเดี่ยวให้ความรู้สึกสปอร์ต ดูดุดัน ดึงดูดทุกสายตา


Kawasaki Ninja H2 SX ข้อมูลสเปคราคา คลิ๊กที่นี่ https://www.checkraka.com/price/motorcycle-15-157/คาวาซากิ-Kawasaki-Ninja-H2-SX-SE-ปี-2017-1448693/

9
เปิดตัวในไทยเรียบร้อยแล้วสำหรับ Samsung Galaxy Note 9 ทายาทซีรีย์ Note รุ่นล่าสุดของ ซัมซุง เรียกได้ว่าไม่ปล่อยให้แฟนคลับรอนาน เพราะพอเปิดตัวที่ New York ปั๊ป เช้ารุ่งขึ้นซัมซุงไทยก็ Pre-Launch ทันที โดยการมาครั้งนี้ของ Note 9 น่าจะเป็นการปรับปรุงเพิ่มเติมในส่วนที่ทาง Note 8 ขาดอยู่ให้ครบถ้วนมากยิ่งขึ้น รวมถึงการตีบวกอาวุธเด็ดของซีรีย์อย่างปากกา S Pen ให้สามารถเชื่อมต่อ Bluetooth ได้แล้ว ยิ่งทำให้การใช้งานบนซีรีย์ Note ดูสมบูรณ์แบบมากขึ้น ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมเป็นอย่างไร มีจุดไหนที่น่าสนใจบ้าง ติดตามได้จากข้างล่างเลยครับ

Samsung Galaxy Note 9 มาพร้อมดีไซน์ตัวเครื่องสไตล์ Infinity Display ที่เป็นเอกลักษณ์ของซัมซุงตลอดช่วงสอง-สามปีที่ผ่านมา ในขณะที่ภาพรวมของดีไซน์ยังคงเหมือน Note 8 เกือบทั้งหมด ด้านหน้าตัวเครื่องมาพร้อมหน้าจอแสดงผล Infinity Display (Super AMOLED) ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด 2960x1440 พิกเซล มีมิติตัวเครื่องกว้าง 76.4 x สูง 161.9 x หนา 8.8 มิลลิเมตร มีน้ำหนักตัวเครื่องรวม 201 กรัม

ด้านบนของตัวเครื่อง มีไมค์ตัดเสียงรบกวน และช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ Hybrid Slot ซึ่งต้องเลือกใช้งานระหว่างซิมการ์ดที่สองกับMicroSD Card

ด้านล่างของตัวเครื่อง มีรูเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร, พอร์ต USB-C, ลำโพงเสียง, ไมค์สนทนา และช่องสำหรับเก็บปากกา S Pen

สเปก & จุดเด่น (Spec & Hilight)
รายละเอียดสเปกตัวเครื่องของ Samsung Galaxy Note 9
หน้าจอแสดงผล Infimity Display ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียดระดับ QHD+
CPU Octa-core Exynos 9810
GPU Mali G72 MP18
RAM 6/8GB
ROM 128/512GB
กล้องถ่ายรูปคู่ความละเอียด 12+12 ล้านพิกเซล (F1.5/F2.4)
กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล (F1.7)
Android OS 8.1 Oreo
Dual SIM Dual 4G
S-Pen Bluetooth
S-Pen Application
Battery 4000 mAh


Samsung Galaxy Note 9 ครบเครื่องมากขึ้น ตีบวก S-pen ติด Bluetooth คลิ๊กที่นี่ https://www.checkraka.com/mobilephone/%E0%B8%8B%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%8B%E0%B8%B8%E0%B8%87-SAMSUNG-Galaxy-Note-9-128GB-1449713/

10
(SOUND) เกิดจากการสั่นสะเทือนของต้นกำเหนิดเสียงจากการกระทบต่ออนุภาคของตัวกลางที่อยู่รอบๆเคลื่อนที่ไปเป็นคลื่นโดยเสียงจะเดินทางได้ดีจากของแข็ง จากของเหลว ก๊าซ แต่มาสามารถเดินทางในสุญญากาศได้

เสียงดัง (NOISE )เป็นเสียงที่เราไม่ปรารถนา เสียงดังที่เกิดขึ้นการรบกวนนั้นขึ้นอยู่กับความเข้มของเสียง เช่น เสียงที่มีความถี่สูงจะรบกวนมากกว่าเสียงที่มีความถี่ต่ำเสียงบริสุทธิ์(PureTone)จะรบกวนมากกว่าเสียงที่ประกอบด้วยเสียงหลายๆเสียง

ความถี่ (HERTZ) คือจำนวนการสั่นสะเทือนต่อวินาที เรียกหน่วยความถี่เป็น HERTZ ความถี่ที่ได้ยินจะอยู่ในช่วง 20-20,000 Hz โดยปกติเราจะกำหนดเสียงที่ความถี่ทุกๆ1,000 Hz เป็นตัวแบ่งระหว่างเสียงที่มีความถี่สูงและเสียงที่มีความถี่ต่ำ เสียงควรจะเป็นเสียงเดียว ความถี่เดียว (Pure Tone) แต่ทั่วไปแล้วจะประกอบเสียงหลายๆเสียง เสียงที่มีความเข้มต่างกัน และเรียกเสียงที่มีความต่ำ (Low frequency) ว่าBass tones ส่วนเสียงที่มีความถี่สูง (High frequency)ว่า Soprano tones

สถานบันเทิง ที่ต้องการใช้เสียง เกิดปัญหาสำหรับเจ้าของกิจการต่างก็ครวญ หากควบคุมเสียงไม่ได้ตามกำหนด เนื่องจากสถานที่แบบนี้ต้องการเสียงที่ค่อนข้างเสียงดังในระดับ110-120 dB โดยทั่วไปวัดระดับเสียงได้148 dB เพื่อความเร้าใจจึงจะดึงดูดคนเที่ยว สะใจนักท่องราตรีมืออาชีพ แต่ถูกกำหนดให้ไม่เกิน 91dB เท่านั้น

ฉนวนป้องกันเสียงที่มีประสิทธิภาพที่มาเป็นอันดับหนึ่ง เนื่องจากฉนวนกันความร้อน PU FOAM เป็นลักษณะโครงสร้างเป็นเซลล์ปิด เมื่อพ่นติดวัสดุชิ้นงานต่างๆจะยึดติดแน่นเป็นเนื้อเดียวกันไม่มีรอยต่อจึงพิสูจน์ได้ว่าสามารถป้องกันเสียงรบกวนที่เกิดขึ้นจากภายนอกอาคาร ป้องกันเสียงดังจากภายในโรงงานอุตสาหกรรมสถานบันเทิงต่างๆได้เป็นอย่างดีและฉนวนกันเสียงหรือฉนวนเยื่อกระดาษที่มีคุณสมบัติเป็นวัสดุดูดซับสียงและลดเสียงสะท้อนได้ดีมาก


ฉนวนกันเสียง/ฉนวนป้องกันเสียง/โฟมกันเสียง คลิ๊กที่นี่ https://www.ฉนวนกันเสียง.com/ฉนวนกันเสียงดัง/

11
ปลาทอง จัดว่าเป็น ปลาสวยงาม อับดับต้นๆ ที่ทุกคนจะนึกถึงเมื่อเวลาอยากจะเลี้ยงปลาซักชนิดหนึ่ง แต่มีใครเคยรู้หรือไม่ว่าปลาทองอาจไม่ได้เลี้ยงง่ายอย่างที่คิด การจะเริ่มเลี้ยงปลาทองนั้นต้องศึกษาข้อมูล และเตรียมตัวเองให้มีความพร้อมด้วยเช่นกัน

ปลาทอง วิธีการเลี้ยง

มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ต้องผิดหวังเสียใจกับการจากไปอย่างไม่รู้สาเหตุของปลาทองที่เลี้ยงไว้ เพราะปลาทองถือว่าเป็นสัตว์ที่ตายได้ง่าย วันนี้ Petcitiz จึงจะขอเรียบเรียงสิ่งสำคัญที่ต้องรู้ และการเตรียมความพร้อมก่อนที่จะนำปลาทองมาเลี้ยง ถ้าพร้อมแล้วเรามาเริ่มกันเลยค่ะ

ปลาทอง วิธีการเลี้ยง

⦁ ตู้ปลา
การเลี้ยงปลาทองให้มีสุขภาพแข็งแรง สีสันสดใส เราจำเป็นต้องใส่ใจรายละเอียดตั้งแต่สถานที่เลี้ยง โดยทั่วไปนิยมเลี้ยงในตู้กระจกใส หรืออ่างปูนซีเมนต์ หากเลี้ยงในตู้กระจกควรเลือกขนาดที่มีความจุของน้ำอย่างน้อย 40 ลิตร ซึ่งใช้เลี้ยงปลาทองได้มากถึง 12 ตัว แต่ถ้าเลี้ยงในอ่างซีเมนต์ต้องคำนึงถึงแสงสว่าง ควรเป็นจุดที่ไม่อับแสง แต่ก็ไม่ควรมีแสงจ้าจนเกินไป ทั้งนี้ควรใช้ตาข่ายพรางแสงประมาณ 60% ปิดปากบ่อ สภาพของบ่อเลี้ยงควรสร้างให้ลาดเอียง เพื่อความสะดวกในการเปลี่ยนถ่ายน้ำ
ส่วนการเลี้ยงปลาทองในตู้กระจกจะทำให้ง่ายต่อการควบคุมอุณหภูมิ เพราะว่าปลาทองค่อนข้างที่จะอ่อนไหวกับการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ฉะนั้นการรักษาระดับอุณหภูมิให้คงที่ตลอดวันจะทำให้ปลาทองรอดชีวิตได้ดีมากขึ้น

ปลาทอง วิธีการเลี้ยง

⦁ การให้อาหาร
น้องแมวสีเทาแนะนำว่าควรให้อาหารสำเร็จรูป วันละ 1-2 ครั้ง ปลาควรกินหมดภายใน 15 นาที อาหารที่เหลือควรตักออกเพื่อป้องกันน้ำเน่าเสีย การให้แต่ละครั้งไม่ควรมากจนเกินไป เพราะจะทำให้ปลาอ้วนเกินไปได้ ลักษณะของปลาทองที่สมบูรณ์สังเกตได้จากบริเวณโคนหางจะใหญ่ แข็งแรง และมีความสมดุลกับตัวปลา เมื่อมองจากมุมด้านบนจะสังเกตเห็นความกว้างของลำตัวอ้วนหนา บึกบึน ขณะที่สีบนตัวปลาจะต้องมีสีสดเข้ม กรณีที่เลี้ยงปลาทองในบริเวณที่มีแสงแดดเพียงพอไม่จำเป็นต้องให้อาหารเร่งสีแก่ปลาทองค่ะ

ปลาทอง การเลี้ยงปลาทอง

⦁ คุณภาพของน้ำ
น้ำเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญมากในการเลี้ยงปลา เพราะมีผลต่อปลาโดยตรง เช่น คุณภาพน้ำที่เหมาะสมจะทำให้ปลาเจริญเติบโตเร็ว ปลาไม่เกิดความเครียด สุขภาพดี แข็งแรง ต้านทานต่อโรคได้ดี ซึ่งน้ำประปามีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะนำมาใช้เลี้ยงปลาทอง เนื่องจากน้ำประปาผ่านการบำบัด และการกรองหลายขั้นตอน จึงสะอาด ปราศจากเชื้อโรค แต่ก็มีปัญหาเรื่องปริมาณคลอรีนที่หลงเหลืออยู่ในน้ำเช่นกัน วิธีการกำจัดคลอรีนก็สามารถทำตามได้ดังนี้ค่ะ

– พักน้ำไว้ 2-3 วัน หรือตากแดดไว้ 24 ชั่วโมง คลอรีนจะแตกตัวระเหยไปกับอากาศ

– ถ้าต้องการใช้น้ำเลี้ยงปลาทันที สามารถเติมโซเดียมไทโอซัลเฟต อัตรา 1 เกล็ดต่อน้ำ 5 ลิตร

ปลาทอง การเลี้ยงปลาทอง

⦁ อากาศหรือออกซิเจนในน้ำ
ปลาทองส่วนมากเคยชินกับสภาพน้ำที่ต้องมีออกซิเจน ดังนั้น ในตู้ปลาก็ต้องมีระบบการหมุนเวียน ไม่ว่าจะผ่านระบบกรองน้ำ น้ำพุ น้ำตก หรือปั๊มน้ำ เพราะการหมุนเวียนของน้ำคือการทำให้เกิดการสร้างออกซิเจน และปลาทองขนาดใหญ่ย่อมต้องการออกซิเจนมากกว่าปลาเล็ก

ส่วนเรื่องอุณหภูมิของน้ำที่เหมาะสม คือ 28-35 องศาเซลเซียส หากเพิ่งซื้อปลามาใหม่ ก่อนที่จะปล่อยปลาลงในตู้ ควรแช่ถุงใส่ปลาทองในน้ำก่อนซัก 10-15 นาที เพื่อเป็นการปรับอุณหภูมิให้กับปลาค่ะ

ปลาทอง การเลี้ยงปลาทอง

⦁ การเลือกซื้อปลาทอง
จริงๆ แล้วไม่จำเป็นต้องเลือกซื้อปลาทองที่มีราคาแพง โดยเฉพาะมือใหม่ควรซื้อปลาทองที่ขนาดเล็กมาลองหัดเลี้ยงดูก่อน ซึ่งการเลือกปลาทองขอให้ดูลักษณะที่ดี เน้นความสมบูรณ์ และแข็งแรงเป็นหลัก ควรเลือกปลาที่ว่ายน้ำตลอดเวลา การว่ายน้ำต้องเป็นปกติ ไม่หัวทิ่ม หรือเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง เลือกปลาที่ตัวใหญ่ที่สุดในกลุ่ม ตัวปลาต้องมีสีเข้ม เกล็ดเป็นมันวาว มีความสมดุลของลำตัวด้านซ้ายและขวา ปลาที่สมบรูณ์แข็งแรงครีบและหางจะเบ่งบานตลอดเวลา

หวังว่าข้อมูลทั้งหมดที่น้องแมวสีเทานำมาฝากในวันนี้ คงจะเป็นตัวช่วยที่ดีให้กับเพื่อนๆ ในการเริ่มที่จะลงมือเลือกซื้อเจ้าปลาทองตัวน้อยมาเลี้ยงนะคะ น้องแมวสีเทาอยากฝากไว้ว่าสัตว์เลี้ยงทุกชนิดล้วนต้องการความเอาใจใส่มากๆ และอย่าลืมให้ความรักอย่างเต็ม 100% ด้วยนะคะ ถึงแม้จะเป็นปลาทองตัวน้อยก็ตามที


5 ข้อสำคัญที่คุณต้องรู้ก่อนคิดเลี้ยงปลาทอง คลิ๊กที่นี่ https://www.plawharn.com/

12
รถ ยานพาหนะ / Bigbike Honda CB 1000R
« เมื่อ: ตุลาคม 20, 2018, 01:37:41 PM »
New Honda CB1000R ที่สุดของรถตระกูล Neo Sports Cafe รถบิ๊กไบค์แนวใหม่ เผยจิตวิญญาณความคราฟต์จากญี่ปุ่น ผสมผสานเทคโนโลยีสปอร์ตที่ล้ำหน้า ด้วยแนวคิด "Japan Crafted คราฟต์ให้สุด เพื่อความเท่...เร้าใจ" เอกลักษณ์ใหม่ของไฟกลมแบบคาเฟ่ ดีไซน์โดดเด่นทุกชิ้นส่วน ทรงพลัง ดุดันแบบสปอร์ต ถือเป็นการเติมเต็มและตอบสนองความต้องการในตระกูล Neo Sports Cafe ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ 998 ซีซี เกียร์ 6 จังหวะ โหมดขับขี่ที่มีให้เลือกถึง 4 แบบ Sport, Normal, Rain และ User ซึ่งสามารถกำหนดกำลังและค่า Torque ของรถมอเตอร์ไซค์ได้ด้วยตัวเอง เพิ่มความสนุกให้คุณในทุกเส้นทางการขับขี่อย่างเต็มที่ น้ำหนักรถ 212 กก.  "

New Honda CB1000R ที่สุดของรถตระกูล Neo Sports Cafe รถบิ๊กไบค์แนวใหม่ เผยจิตวิญญาณความคราฟต์จากญี่ปุ่น ผสมผสานเทคโนโลยีสปอร์ตที่ล้ำหน้า ด้วยแนวคิด “Japan Crafted คราฟต์ให้สุด เพื่อความเท่…เร้าใจ” เอกลัษณ์ใหม่ของไฟกลมแบบคาเฟ่ ดีไซน์โดดเด่นทุกชิ้นส่วน ทรงพลัง ดุดันแบบสปอร์ต ถือป็นการเติมเต็มและตอบสนองความต้องการในตระกูล Neo Sports Cafe ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Honda CB1000R ออกแบบภายใต้แนวคิด “Essential Metal Inspiration” ที่เน้นการใช้วัสดุเป็นเมทัลลิก เช่น ส่วนประกอบของถังน้ำมัน หรือ Shroud ข้างทำจากอะลูมิเนียมและสลักโลโก้ CB1000R พร้อมเน้นให้เห็นถึงผิวเมทัลลิกที่โดดเด่นในจุดต่าง ๆ ของรถ โดดเด่นด้วยไฟหน้าทรงกลมพร้อมไฟ LED ที่ส่องสว่างเป็นรูปทรง Eclipse ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของรถมอเตอร์ไซค์ตระกูล NEO SPORTS CAFÉ ไฟท้ายออกแบบใหม่ให้เข้ากับมิติส่วนท้ายของรถ โดยใช้ LED แบบเลนส์ 2 ชั้น ไฟส่องสว่างเป็นแบบเดียวกับไฟหน้า และยังมีระบบ Emergency Stop Signal (ESS) ระบบไฟสัญญาณกระพริบแจ้งรถคันหลังเมื่อมีการเบรกกะทันหันอีกด้วย


Bigbike Honda CB 1000R คลิ๊กที่นี่ https://www.checkraka.com/price/motorcycle-15-157/ฮอนด้า-Honda-CB-1000R-ปี-2018-1449238/

13
ฮวงจุ้ย ชักโครก หรือ ห้องน้ำ หากอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ดี แล้วคุณไม่สามารถเคลื่อนย้ายตำแหน่งได้ ให้แก้เคล็ดด้วยการปิดประตูห้องน้ำไว้เสมอ

“สุขา” หรือ “ห้องน้ำ” ที่ที่ใครต่อใครก็ต่างเข้าไประบายความทุกข์ ไม่ว่าจะทุกข์น้อยหรือทุกข์ใหญ่แค่ไหนก็ตาม เคยสังเกตไหมคะว่า ชักโครก บางที่นั่งแล้วรู้สึกสบายเหลือเกิน เข้าไปแล้วนั่งเพลินยากที่จะออกมา นั่นเป็นเพราะว่ามีฮวงจุ้ยที่ดี และส่วนบางห้องเมื่อเข้าแล้วรู้สึกอึดอัดจนต้องรีบออกมา ก็อาจจะเกี่ยวกับจุดที่ตั้งชักโครกไม่ถูกหลักฮวงจุ้ย จะมีจุดไหนบ้างที่เราไม่ควรตั้งชักโครกและห้องน้ำไว้ ไปดูกันค่ะ

ตำแหน่งที่ไม่ควรตั้ง ชักโครก

ห้ามวางชักโครกในตำแหน่งตรงข้ามกับเส้นทแยงมุม หรือเส้นขอบของห้องน้ำ
ชักโครกต้องไม่หันไปทางทิศเดียวกับประตูบ้าน ซึ่งถือเป็นประตูที่เปิดรับสิ่งดีๆ เข้ามา และหากชักโครกหันไปทิศเดียวกับประตูบ้าน อาจจะเป็นจุดที่ขัดโชคลาภ ความสำเร็จในชีวิต
อย่าจัดวางชักโครกเผชิญหน้ากับประตูห้องน้ำโดยตรงเด็ดขาด หากมีพื้นที่จำกัด อย่างน้อยก็ควรวางเบี่ยง ให้ชักโครกหลบพ้นประตูสักนิด
ชักโครก

ห้ามวางชักโครกทางทิศเหนือ และหันหน้าชักโครกไปทางทิศใต้ เพราะอาจก่อให้เกิดความไม่สงบภายในครอบครัวคุณ
สำหรับห้องน้ำในห้องนอน ไม่ควรวางชักโครกหันหน้าตรงกับเตียงนอน
ชักโครกต้องไม่ตั้งเด่นอยู่กลางห้องน้ำ ควรวางให้ติดกับผนังห้องน้ำที่สุด
ตำแหน่งที่วางชักโครก ไม่ควรให้กระจกในห้องน้ำสะท้อนเห็นชักโครกเด็ดขาด
ชักโครก

ความเชื่อเรื่องการหันชักโครกออกทางประตูหน้าบ้าน

สำหรับความเชื่อเรื่องการหันชักโครกไปทางทิศประตูหน้าบ้านนั้น เป็นความจริงที่เกิดขึ้นในสมัยก่อน เพราะสมัยนั้นไม่มีประตูห้องน้ำเหมือนกับปัจจุบันนี้ คือ เมื่อห้องน้ำที่ไม่มีประตูปิดมิดชิดตั้งอยู่ตำแหน่งเดียวกับประตูบ้าน หากใครเดินเข้ามาเห็นเข้าเป็นอันได้ตกอกตกใจดูโจ่งแจ้งไปหมด ย่อมไม่ส่งผลดีแน่นอน แต่ปัจจุบันนี้ห้องน้ำทุกบ้านปิดมิดชิด จึงไม่มีผลต่อฮวงจุ้ย

ตำแหน่งที่ตั้งของห้องน้ำ

นอกจากตำแหน่งของชักโครกแล้ว จุดที่ตั้งของห้องน้ำก็สำคัญไม่แพ้กันหรอกค่ะ เพราะห้องน้ำเป็นแหล่งของธาตุน้ำ ซึ่งมีผลกับบ้าน เนื่องจากห้องน้ำมักจะมีพลังงานด้านลบวนเวียนอยู่เป็นประจำ เราจึงไม่ควรสร้างห้องน้ำไว้ตามจุดเหล่านี้

1.ไม่ควรตั้งบริเวณหน้าบ้าน เพราะนอกจากคนโบราณจะถือว่าส่งผลเสียในเรื่องของลมที่พัดเข้าทางหน้าบ้านแล้ว ยังจะพัดพาเอากลิ่น และความอับชื้นเข้าไปภายในบ้าน ซึ่งจะไปรบกวนคนในบ้าน


สุขภัณฑ์ ฮวงจุ้ยตำแหน่ง ชักโครก แบบนี้ก็มีหรือ? คลิ๊กที่นี่ https://www.gurubaan.com/สุขภัณฑ์/

14
(SOUND) เกิดจากการสั่นสะเทือนของต้นกำเหนิดเสียงจากการกระทบต่ออนุภาคของตัวกลางที่อยู่รอบๆเคลื่อนที่ไปเป็นคลื่นโดยเสียงจะเดินทางได้ดีจากของแข็ง จากของเหลว ก๊าซ แต่มาสามารถเดินทางในสุญญากาศได้

เสียงดัง (NOISE )เป็นเสียงที่เราไม่ปรารถนา เสียงดังที่เกิดขึ้นการรบกวนนั้นขึ้นอยู่กับความเข้มของเสียง เช่น เสียงที่มีความถี่สูงจะรบกวนมากกว่าเสียงที่มีความถี่ต่ำเสียงบริสุทธิ์(PureTone)จะรบกวนมากกว่าเสียงที่ประกอบด้วยเสียงหลายๆเสียง

ความถี่ (HERTZ) คือจำนวนการสั่นสะเทือนต่อวินาที เรียกหน่วยความถี่เป็น HERTZ ความถี่ที่ได้ยินจะอยู่ในช่วง 20-20,000 Hz โดยปกติเราจะกำหนดเสียงที่ความถี่ทุกๆ1,000 Hz เป็นตัวแบ่งระหว่างเสียงที่มีความถี่สูงและเสียงที่มีความถี่ต่ำ เสียงควรจะเป็นเสียงเดียว ความถี่เดียว (Pure Tone) แต่ทั่วไปแล้วจะประกอบเสียงหลายๆเสียง เสียงที่มีความเข้มต่างกัน และเรียกเสียงที่มีความต่ำ (Low frequency) ว่าBass tones ส่วนเสียงที่มีความถี่สูง (High frequency)ว่า Soprano tones

สถานบันเทิง ที่ต้องการใช้เสียง เกิดปัญหาสำหรับเจ้าของกิจการต่างก็ครวญ หากควบคุมเสียงไม่ได้ตามกำหนด เนื่องจากสถานที่แบบนี้ต้องการเสียงที่ค่อนข้างเสียงดังในระดับ110-120 dB โดยทั่วไปวัดระดับเสียงได้148 dB เพื่อความเร้าใจจึงจะดึงดูดคนเที่ยว สะใจนักท่องราตรีมืออาชีพ แต่ถูกกำหนดให้ไม่เกิน 91dB เท่านั้น

ฉนวนป้องกันเสียงที่มีประสิทธิภาพที่มาเป็นอันดับหนึ่ง เนื่องจากฉนวนกันความร้อน PU FOAM เป็นลักษณะโครงสร้างเป็นเซลล์ปิด เมื่อพ่นติดวัสดุชิ้นงานต่างๆจะยึดติดแน่นเป็นเนื้อเดียวกันไม่มีรอยต่อจึงพิสูจน์ได้ว่าสามารถป้องกันเสียงรบกวนที่เกิดขึ้นจากภายนอกอาคาร ป้องกันเสียงดังจากภายในโรงงานอุตสาหกรรมสถานบันเทิงต่างๆได้เป็นอย่างดีและฉนวนกันเสียงหรือฉนวนเยื่อกระดาษที่มีคุณสมบัติเป็นวัสดุดูดซับสียงและลดเสียงสะท้อนได้ดีมาก


ฉนวนกันเสียง/ฉนวนป้องกันเสียง/โฟมกันเสียง คลิ๊กที่นี่ https://www.ฉนวนกันเสียง.com/ฉนวนกันเสียงดัง/

15
มาดูวิธีแก้ปัญหาท่อน้ำตันง่าย ๆ ไม่ต้องเรียกช่าง วิธีแก้ปัญหาน้ำตันด้วยน้ำส้มสายชู เบกกิ้งโซดา โซดาไฟ และของใกล้ตัวที่ช่วยแก้ปัญหาท่อน้ำตันได้อย่างดีเยี่ยม

หากกำลังประสบปัญหาท่อน้ำตัน อย่าเพิ่งกริ๊งกร๊างไปหาช่างซ่อม เพราะวันนี้กระปุกดอทคอมมีวิธีแก้ปัญหาท่อน้ำตันง่าย ๆ มาบอกต่อ โดยวิธีแก้ไขท่อน้ำตันด้วยตัวเองและของใช้ในบ้าน เช่น น้ำส้มสายชู เบกกิ้งโซดา โซดาไฟ และของอื่น ๆ อีกมากมายที่อยู่ใกล้มือ อยากรู้ว่าท่อน้ำตันทำอย่างไร ? ก็ตามไปหาคำตอบพร้อม ๆ กันเลยจาก 12 วิธีแก้ไขปัญหาท่อน้ำตัน

1. ที่ปั๊มส้วมช่วยได้ในเบื้องต้น
วิธีการแก้ไขเบื้องต้นปัญหาท่อน้ำอุดตันนั่นก็คือ การใช้ที่ปั๊มส้วม แต่จะให้ดีต้องปั๊มด้วยวิธีที่ถูกต้อง โดยการครอบที่ปั๊มลงไปที่ปากท่อ นำผ้าเปียกมาคลุมไว้รอบ ๆ ที่ปั๊มแล้วทำการปั๊มขึ้น-ลงประมาณ 6-10 ครั้ง เพื่อดึงเอาสิ่งที่อุดตันอยู่ในท่อขึ้นมา

2. น้ำส้มสายชูและเบกกิ้งโซดา
หากเกิดปัญหาท่อน้ำอุดตันแนะนำให้เทเบกกิ้งโซดาประมาณ ½ ถ้วยตวงลงไปในท่อ แล้วเทน้ำส้มสายชู ½ ถ้วยตวงตามลงไปและทิ้งไว้สักพัก จากนั้นให้ราดน้ำร้อนลงไปในท่อซ้ำอีกครั้ง

3. เบกกิ้งโซดาและเกลือ
วิธีนี้คล้ายกับวิธีที่ 2 แต่เปลี่ยนจากน้ำส้มสายชูเป็นเกลือ โดยเทเบกกิ้งโซดาประมาณ 1 ถ้วยตวงและเกลือ ½ ถ้วยตวงลงไปในท่อ แล้วปล่อยทิ้งไว้ 1 คืน จากนั้นเทน้ำร้อนลงไปในท่ออีก 2 ถ้วยตวง

4. ไม้แขวนเสื้อใช้ทะลวงท่อ
หากเราสามารถมองเห็นเศษขยะที่อุดตันอยู่ในท่อได้ ให้นำไม้แขวนเสื้อมาคลายออกให้เป็นลวดยาว ๆ งอปลายขึ้นเล็กน้อยเพื่อทำเป็นหัวตะขอเกี่ยว จากนั้นนำลวดด้านที่มีหัวเกี่ยวหย่อนลงไปในท่อเพื่อเกี่ยวเศษขยะที่อุดตันท่อขึ้นมา


แก้ไข ท่อตัน ด้วยตัวเองและของใช้ในบ้านท่อน้ำตันทำอย่างไร ? คลิ๊กที่นี่ https://www.bcithailand.net/ท่อตัน/

หน้า: [1] 2 3 ... 7