แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - guupost

หน้า: [1] 2 3 ... 15
1

แบตเตอรีรถยนต์นครพนม

ให้บริการเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์นอกสถานที่ ราคามิตรภาพในนครพนม มิตรภาพแบตเตอรี่สาขานครพนม จำหน่ายแบตเตอรี่รถยนต์ทุกชนิดในราคาถูก เนื่องจากเราคือตัวแทนจำหน่ายแบตเตอรี่รถยนต์ ยี่ห้อ GS FB 3K panasonic ซึ่งเราได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายแบตเตอรี่รถยนต์ในจังหวัดนครพนม แบตเตอรี่ทุกลูกใหม่แกะกล่อง100%ทุกลูก รับประกัน1-2 ปี ตามเงือนไขที่บริษัทผู้ผลิตแบตเตอรีกำหนด แบตเตอรี่หมดแบต แบตเตอรี่เสือมในจังหวัดนครพนม
โทรเรียกใช้บริการเปลี่ยนนอกสถานที่กับมิตรภาพแบตเตอรี่สาขานครพนมได้เลย
โทรศัพท์ : 089-841-8825, 042-511-184
เว็บไซต์ : https://autonakhonpanom.com

2
Le'skin จัดหนัก "Exclusive Party" งานเลี้ยงสุดอลัง!!ขอบคุณตัวแทนจำหน่ายจากประเทศจีน


เมื่อช่วงเย็นวันจันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2561  "Le'SKIN" แบรนด์ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสกินแคร์อันดับต้นๆของประเทศ โดย คุณ วิศิษฐ์ แซ่เซ๋ง และ คุณ ชนุพร บุญนิล หรือที่รู้จักกันดีในนาม เจ๊อาร์ บล็อกเกอร์ดังจากเพจ “Aremakeup” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะ เนเชอรัล บิวตี้ แอนด์ คอสเมติก (ประเทศไทย) จำกัด ได้จัดงานเลี้ยงส่งท้ายปี 2018 "Le’SKIN Exclusive Party" ต้อนรับตัวแทนจำหน่ายรายใหญ่จากประเทศจีน ทั้งนี้ยัง มีการแสดง เดินแบบแฟชั่นโชว์ เปิดตัว สินค้าใหม่  Aqua Bloom ภายใต้คอนเซ็ปต์ ปลุกผิวสุขภาพดี ด้วยพลังธรรมชาติ “Awake Your Healthy Skin with Natural Power” สร้างความฮือฮาให้กับตัวแทนจำหน่ายชาวจีนไม่น้อย ทำเอาสถานที่จัดงานดูเล็กและคึกคักขึ้นถนัดตา โดยได้จัดงานเลี้ยงต้อนรับและขอบคุณตัวแทนจำหน่ายที่บินตรงมาจากประเทศจีน เพื่องานนี้โดยเฉพาะ ที่Ammata Lanta Resort Suvarnabhumi  ในค่ำวันจันทร์ที่ 19 พ.ย.61 ที่ผ่านมา

บรรยากาศของงานเริ่มต้นความคึกคักด้วย "ขบวนแห่กลองยาว" ที่สะท้อนวิถีความเป็นไทย สร้างความตื่นตาตื่นใจและสนุกสนุกสนานให้กับลูกค้าชาวจีนเป็นอย่างมาก และในตอนค่ำเริ่มต้นความบันเทิงด้วยทีมงาน Are You Show จากเวที Thailand’s Got Talent กับการแสดงสุดอลังการในชุด "Thai Modern" เป็นการแสดงจินตลีลาที่มีทั้งความอ่อนหวานและแข็งแกร่งในโชว์เดียว รวมถึงคอสตูมสุดหรูหราและงดงาม เรียกเสียงปรบมือได้อย่างเกรียวกราว ตามมาด้วยการแสดงการเดินแบบ แฟชั่นโชว์จากหนุ่มๆ จากเพจ DuMunDi (ดูมันดิ) นำทีมโดย  ป๊อปปี้-รัชพงศ์ (The Face Men Thailand Season2), จอส-เวอาห์ (หนุ่ม Cleo 2017) , ปาร์ค-ภานุภัทร, มาร์ค-สรณ์ธรรมส, แม็ก-ศรันทร์ และ ชี-พฤกษ์) และ สาวๆจากเวที มิสทิฟฟานี่ นำทีมโดย เน็ค-เนฐนภาดา (มิสทิฟฟานี่ยูนิเวิร์ส ปี 2015), อลิซ-กานต์ชญา กัจญ์ชนะกุล (รองอันดับ1 มิสทิฟฟานี่ยูนิเวิร์ส ปี 2015), เนิร์ส-ปรียาลักษณ์ เสเถียรบุญ (Miss perfect angle 2014) ,อาร์ม-ตรีทิพย์นิภา ทิพย์ปภาดา (รองอันดับ2 มิสทิฟฟานี่ยูนิเวิร์ส ปี 2015)  ที่เดินควงกันออกมาพร้อมกับ Aqua Bloom ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดของแบรนด์เลอสกิน ที่จะออกวางจำหน่ายในเดือนธันวาคมนี้ โดยมีการแสดงชุด “Carnival” ประกอบการเดินแบบในครั้งนี้

นอกจากนี้ ภายในงาน ยังมี มินิคอนเสิร์ต จาก แม็ค-วีรคณิศร์  กานต์วัฒนกุล พร้อมแขกรับเชิญพิเศษ เมย์-นภัสนันท์ หรือ (เมย์ AF 12) ที่นำเพลงดังมาเมดเล่ย์สร้างความบันเทิง เรียกเสียงกรี๊ด ในงานได้อย่างล้นหลามเลยทีเดียว บรรยากาศตลอดทั้งงานเต็มไปด้วยความอบอุ่น สนุกสนานและเป็นกันเอง ทางผู้บริหาร
เลอสกินขอแสดงความขอบคุณมายังผู้เกี่ยวข้องทุกท่านที่ให้การสนับสนุน "Le'SKIN" ด้วยดีตลอดมา
ดูเพิ่มเติมได้ที่ http://www.leskinthailand.com
facebook : https://www.facebook.com/Leskinthailand2016


















































































aluminium sulphate molecular weight

ดูวีดีโองานนี้ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=AURMzoR52CQ
https://www.youtube.com/watch?v=FnP9mGPiKdI

3
รับทำสปริง ทำตามสั่ง ตามแบบที่ให้มา
มากน้อย ไม่เกี่ยงงาน เพียง 1 ตัวก็ยินดีทำให้
มีส่ง Ems หรือขนส่ง ลูกค้าสามารถเลือกได้ครับ
ลวดมีตั้งแต่ 0.2-40 มิล ทั้งลวดสปริง ลวดปอนด์ หรือลวดสแตนเลส  ทุกชนิดเกรดเอ จากประเทศญี่ปุ่น
ใช้เครื่องจักรที่ทันสมัยในการผลิต และมีแรงงานมือ ที่พร้อมส่งให้ ไม่นานเกินรอครับ

เฟสบุ๊ค : https://facebook.com/springchangpradit
แวะมาเยี่ยมชมหน้าเพจก่อนครับ ฝากกดไลค์ติดตาม ผมอัพรูป ลงทุกวันครับ

ตีราคาสปริง /สอบถาม
โทรศัพท์ : 084-772-4449, 024152069
ไอดีไลน์ : @pajpao
โรงงานผมอยู่ซอยเอกชัย 29 แขวงบางขุนเทียน เขตจอมทองครับ
ยินดีถ้าจะเข้ามาหรือจะส่งตัวอย่างสปริง มาทางไปรษณี ก็ได้ครับ












4
รับทำสปริง ทำตามสั่ง ทำตามแบบที่ให้มา
จำนวนมากน้อย ไม่เกี่ยงงาน เพียงแค่ 1 ตัวก็ยินดีทำให้
มีจัดส่ง Ems หรือขนส่ง ผู้ใช้บริการสามารถเลือกได้ครับ
ลวดมีตั้งแต่ 0.2-40 มิล ทั้งลวดสปริง ลวดปอนด์ หรือลวดสแตนเลส  ทุกชนิดเกรดเอ จากประเทศญี่ปุ่น
ใช้เครื่องจักรที่ทันสมัยในการผลิต และมีแรงงานมือ ที่พร้อมส่งให้ ไม่นานเกินรอครับ

เฟสบุ๊ค : https://facebook.com/springchangpradit
แวะมาเยี่ยมชมหน้าเพจก่อนครับ ฝากกดไลค์ติดตาม ผมอัพรูป ลงทุกวันครับ

ตีราคาสปริง /สอบถาม
Tel : 084-772-4449, 024152069
Line : @pajpao
โรงงานผมอยู่ซอยเอกชัย 29 แขวงบางขุนเทียน เขตจอมทองครับ
ยินดีถ้าจะเข้ามาหรือจะส่งตัวอย่างสปริง มาทางไปรษณี ก็ได้ครับ














5
ในการใช้งาน smartphone แล้วก็ tablet สิ่งหนึ่งที่มีความจำเป็นและขาดไม่ได้เลยทีเดียวก็คือ แบตเตอรี่ที่เก็บกระแสไฟไว้อย่างพอเพียง มิเช่นนั้นก็จะไม่มีแหล่งพลังงานสำหรับวัสดุอุปกรณ์พวกนี้ และไม่สามารถเปิดใช้งานเครื่องมือได้

ด้วยประการฉะนี้ ทำให้เวลาที่คนอีกหลายๆคนจำเป็นต้องออกไปทำธุระนอกบ้าน ก็เลยมักจะพกพาสายชาร์จใส่กระเป๋าไปด้วย เพื่อที่ว่าเวลาแบตเตอรี่ในโทรศัพท์หมดลง จะได้หาเต้ารับสำหรับแทงชาร์จแบตเตอรี่ เพื่อปลุกโทรศัพท์ให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้งหนึ่ง แต่การนำเอาสายชาร์จไปไหนมาไหน บางทีก็ก่อเรื่องตามมา ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียพื้นที่เก็บของในกระเป๋า การที่สายชาร์จถูกของในกระเป๋าวางทับจนถึงหัก บิด ไม่สามารถใช้งานได้อีก ไปจนถึงแนวทางการทำสายขาดระหว่างจับออกมาจากกระเป๋า หรือระหว่างการเก็บใส่กระเป๋า ทั้งสายชาร์จโทรศัพท์หลายรุ่นก็มักมีความยาวไม่มาก หากพกไปในที่ๆจัดตั้งเต้ารับไว้สูงเหลือเกิน การชาร์จไฟก็จะทำเป็นไม่สะดวก เป็นต้น เนื่องจากว่าสายชาร์จแบตเตอรี่ทั่วๆไปมีความจำกัดมากมายก่ายกอง ทำให้ใครหลายคนอาจหันมามอง wireless charger แทน เนื่องด้วยไม่มีข้อจำกัดเรื่องสายไฟตามมารบกวนให้รำคาญใจ อย่างไรก็ดี คนที่กำลังมองดูๆwireless charger จำนวนมาก บางทีก็อาจจะสงสัยเรื่องประสิทธิภาพการชาร์จของเจ้าเครื่องมือตัวนี้ โดยเรื่องสำคัญๆที่กลุ้มอกกลุ้มใจกันก็คงหนีไม่พ้นจำนวนการชาร์จ ว่าถ้าหากแทงทิ้งเอาไว้ จะใช้เวลาสำหรับในการชาร์จนานหรือเปล่า วันนี้เราจะลองมาหาคำตอบให้ชัดเจนกัน

ก่อนอื่น จะต้องขออธิบายหลักการทำงานของ wireless charger ก่อนว่า เจ้าเครื่องนี้จะมีระบบการนำไฟเข้าเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่เหมือนกับสายชาร์จทั่วๆไป โดยถ้าเกิดเป็นสายชาร์จปกติ จะนำไฟฟ้าจากเต้ารับเข้าสู่เครื่องไม้เครื่องมือโดยตรง แต่ว่าหากเป็น ที่ชาร์จไร้สาย เพราะมันไม่มีสายไฟที่จะนำไฟเข้ามาสู่เครื่องใช้ไม้สอยได้โดยตรง ดังนั้นมันจึงจะต้องมีส่วนประกอบ 2 ส่วน อาทิเช่น ส่วนแท่นสำหรับทิ่มเข้าที่เข้าทางเต้ารับ ส่วนนี้จะปฏิบัติภารกิจดึงกระแสไฟมา แล้วเปลี่ยนแปลงให้เป็นสนามแม่เหล็กแผ่ออกมารอบตัวเครื่องมือ กับอีกส่วนใดส่วนหนึ่งเป็นท่อนหัวที่ใช้แทงกับเครื่องไม้เครื่องมือชนิด smartphone และก็ tablet ส่วนนี้จะปฏิบัติภารกิจรับคลื่นสนามไฟฟ้าเข้ามา แล้วเปลี่ยนกลับให้เป็นกระแสไฟฟ้าเพื่อปลดปล่อยเข้าสู่แบตเตอรี่อีกครั้ง ถ้าขาดวัสดุอุปกรณ์ชิ้นใดชิ้นหนึ่งไป จะก่อให้การชาร์จไม่สามารถทำเป็น

เพราะ ที่ชาร์จ wireless มีรูปแบบการทำงานดังต่อไปนี้ ทำให้การชาร์จทำได้น้อยกว่าสายชาร์จทั่วไปอยู่พอสมควร ถ้าเปรียบเทียบกันแล้ว สายชาร์จธรรมดาจะสามารถชาร์จไฟได้ 100% ในระหว่างที่ wireless charger จะชาร์จไฟได้ราวๆ 70% ต่อนาที ฯลฯ ที่เป็นแบบนี้เพราะว่าในขั้นตอนเปลี่ยนแปลงไฟฟ้าเป็นสนามแม่เหล็ก และก็การเปลี่ยนสนามแม่เหล็กกลับเป็นกระแสไฟฟ้า จะมีการสูญเสียค่าพลังงานไฟฟ้าไปส่วนใดส่วนหนึ่ง โดยในขั้นตอนการเปลี่ยนไฟฟ้าให้เป็นสนามแม่เหล็ก จะมีการสูญเสียพลังงานไป 15% รวมทั้งในขั้นตอนการแปลงสนามไฟฟ้ากลายเป็นพลังงานไฟฟ้า จะมีการสูญเสียกำลังไฟฟ้าไปอีก 15% เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงทำให้การชาร์จแบตเตอรี่ด้วย wireless charger ช้ากว่าปกติ แม้พวกเราชาร์จด้วยสายชาร์จแล้วได้แบต 4% ใน 1 นาที เมื่อเปลี่ยนแปลงมาชาร์จด้วย wireless charger ก็อาจจะได้แค่ 2% ต่อ 1 นาที แบบนี้ฯลฯ

Wireless charger ก็เลยเป็นวัสดุอุปกรณ์ที่เหมาะสำหรับการชาร์จแบบหน่วงเวลา หรือการวางชาร์จเป็นเวลานานๆมากกว่าจะเน้นย้ำชาร์จโดยอยากให้แบตเตอรี่เพิ่มในเวลาอันเร็ว และไม่เหมาะกับการชาร์จแบบเล่นโทรศัพท์ไปด้วย เพราะว่านอกเหนือจากกางตจะไม่ค่อยขึ้นจากที่อยากแล้ว จำนวนแบตเตอรี่บางทีอาจจะต่ำลงกว่าเดิมก็ได้ แม้กระนั้นด้วยความที่ wireless charger ไม่มีข้อจำกัดในเรื่องความยาวสายไฟ แถมยังชาร์จในระยะที่ไกลกว่าปกติได้ ทำให้เหมาะกับการชาร์จในสถานที่ที่ไม่สะดวกต่อการเสียบสายชาร์จธรรมดา เน้นการชาร์จเพื่อขยายเวลาใช้งาน ไม่ได้ชาร์จแบบอยากได้จำนวนแบตเตอรี่เพิ่ม ตัวอย่างเช่น ในกรณีที่มีแบตเตอรี่เหลือสัก 30% และก็ต้องการพยุง smartphone ใหใช้งานต่อไปได้อีกสักระยะ กรณีนี้เหมาะสมอย่างยิ่งในการใช้งาน wireless charger แต่ว่าหากเป็นในเรื่องที่แบตเตอรี่เหลือเพียงแค่ 5% 6% อยากได้จำนวนแบตเตอรี่เพิ่มอย่างเร่งด่วน กรณีอย่างงี้จะไม่เหมาะสำหรับเพื่อการใช้งาน wireless charger สักเท่าไร เพราะเหตุว่าจะขึ้นช้ามากมาย ทางเดียวที่จะทำให้กางตขึ้นได้ก็คือ จำเป็นต้องดับเครื่องชาร์จอย่างเดียว ซึ่งก็ทำให้ใช้งานได้ไม่สบายอีก

ข้อบกพร่องอีกอย่างหนึ่งของ wireless charger นอกเหนือจากการชาร์จที่ทำได้ช้ากว่าธรรมดา มันก็คือ ราคา ในตอนนี้ wireless charger ที่มีจัดจำหน่ายอยู่บนท้องตลาดนั้นราคาแพงค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับปริมาณการชาร์จที่ได้ก็ดูแล้วจะไม่ค่อยคุ้มเท่าไร มีดีแค่เพียงไม่มีสายไฟมาเป็นอุปสรรคในการใช้งานเพียงอย่างเดียว โดยเหตุนี้ก่อนที่จะพวกเราจะตัดสินใจซื้อ wireless charger สักตัวมาใช้งาน โปรดตรวจตราตัวเองดูกรว่าจะใช้มันได้คุ้มค่าหรือเปล่า หรือมีความจำเป็นที่จะจำต้องชารจในที่ๆไม่เหมาะสมกับการแทงปลั๊กไฟฟ้าอยู่บ่อยๆหรือเปล่า ถ้าหากว่าไม่มี หรือไม่ค่อยได้ชาร์จในสถานที่อย่างงั้นสักเท่าไร ก็ขอแนะนำให้ซื้อเพียงแค่รุ่นที่ราคาแพงไม่แพงมากมายก็เพียงพอ ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องซื้อรุ่นท็อปที่ราคาแพงมากมายๆเนื่องจากว่าจะก่อให้ใช้งานได้ไม่คุ้มค่า ส่วนหากคนไหนที่กำลังมีความรู้สึกว่าจะซื้อมาใช้เป็นที่ชาร์จหลักแทนสายชาร์จปกติ ขอแนะนำว่าให้ซื้อรุ่นสูงๆไปเลย มีคุณภาพสำหรับในการใช้งานดีมากยิ่งกว่าแน่นอน

ที่มา บทความ wireless charger:  www.dotlife.store

6
เมื่อเอ๋ยถึงเทคโนโลยีการถ่ายรูปในขณะนี้นั้น โดรน เป็นเทคโนโลยีอย่างหนึ่งที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเพื่อการถ่ายภาพทางอากาศ ช่วยให้ช่างถ่ายรูปและนักค้นคว้าหลายคนสามารถถ่ายรูปทางอากาศด้วยตัวเองได้อย่างสะดวกขึ้น ไม่ต้อทำเรืองขอภาพที่เอามาจากดาวเทียมเหมือนอย่างในสมัยก่อน

โดรน เป็นวัสดุอุปกรณ์ถ่ายภาพชนิดหนึ่งที่มีความพิเศษเป็น สามารถสั่งบิน รวมทั้งบังคับให้เขยื้อนทางอากาศได้ ช่วยอำนวยความสะดวกสำหรับการถ่ายภาพทางอากาศ หรือถ่ายภาพในพื้นที่สูงๆที่มนุษย์ไม่อาจจะขึ้นไปได้ อาทิเช่นถ่ายภาพบนหลังคาอาคาร เจดีย์ อาคารสูงต่างๆซึ่งในปัจจุบัน โดรนแปลงเป็นเครื่องไม้เครื่องมือที่มีการผลิตออกมาหลายรุ่นทั้งในราคาสูงแล้วก็ราคาถูก คนทั่วไปสามารถหาซื้อมาใช้กันได้แบบไม่ยากเย็นเท่าไรนัก แต่ด้วยความที่มันมีหลายรุ่นนี้เอง ทำให้นักเล่นกล้องมือใหม่ผู้คนจำนวนมากอาจจะมีความสงสัยว่า หากว่าเราอยากจะซื้อมาเล่นสักรุ่น ควรที่จะทำการเลือกโดรนแบบไหนดีก็เลยจะใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ วันนี้เราจะมาเปรียบเทียบโดรนอีกทั้ง 2 รุ่นนี้กัน

เริ่มจากโดรนติดกล้องราคาไม่แพง โดรนรุ่นนี้จะเป็นอุปกรณ์ที่ทำงานได้ไม่มาก จำนวนมากจะใช้ได้เพียงแค่บิน มีกล้องติดอยู่ในตัวแล้ว ไม่สามารถที่จะนำกล้องถ่ายภาพของพวกเราเองติดไปด้วยได้ การถ่ายรูปทำเป็นเพียงแค่ภาพนิ่งแบบง่ายๆไม่มีการเล่นมุม เล่นมิติของภาพมากมาย ไม่สามารถถ่ายในเคล็ดวิธียากๆซับซ้อนมากๆได้ เหมาะสำหรับการซื้อมาทดลองถ่ายภาพเล่นๆหรือใช้เป็นdrone cameraฝึกซ้อมก่อนจะไปใช้โดรนรุ่นสูงๆมีแนวทางยากๆต่อไป

ราคาของโดรนประเภทนี้จะเริ่มต้นอยู่ที่ 1,000 บาท ไปจนถึง 3,000 บาท จุดเด่นของมันก็คือ เนื่องจากว่าราคาแพงถูก ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องกังวลระหว่างการใช้งานเลยว่าจะทำตัวโดรนเสียหาย ซึ่งเปรียบเหมือนการทำลายเงินไม่น้อยเลยทีเดียวไปด้วย ดังนั้นก็เลยสามารถฝึกฝนการใช้แรงงานได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องกลัวว่าโดรนจะไปตกใส่อะไรจนกระทั่งทำให้พัง แล้วก็เนื่องจากว่าไม่มีระบบการทำงานซับซ้อน ทำให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่เริ่มฝึกหัดเล่นใหม่ๆยังถ่ายภาพด้วยเครื่องมือชนิดนี้ไม่ชำนาญ แต่ว่าจุดอ่อนของโดรนรุ่นนี้ก็คือ ไม่สามารถถ่ายภาพด้วยวิธีสลับซับซ้อนมากๆได้ เป็นอย่างมากสุดก็ใช้ถ่ายได้เพียงแค่ภาพนิ่ง แบบที่พวกเราถ่ายจากโทรศัพท์หรือกล้องถ่ายรูปทั่วๆไป เพียงแต่ถ่ายจากในอากาศลงมาแค่นั้น นอกจากนั้น คุณภาพของรูปถ่ายในโดรนราคาไม่แพงๆจะไม่ค่อยดีเท่าไรนัก ถ้านำไปขยายเป็นภาพใหญ่ๆจะมีการแตกทำให้เห็นรายละเอียดในภาพได้ไม่ชัด ข้อผิดพลาดอีกประการหนึ่งของโดรนราคาไม่แพงๆก็คือ แก่การใช้แรงงานออกจะสั้น บางคนที่ซื้อโดรนรุ่นนี้ไปใช้ ใช้ได้ไม่กี่เดือนก็พังแล้ว

ต่อมาคือโดรนราคาสูง โดรนรุ่นนี้จะราคาแพงจัดจำหน่ายตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป จนกระทั่งรุ่นที่ราคาแพงหลักหลายหมื่น ยิ่งโดรนที่ใช้งานได้ซับซ้อนมากๆมีเทคโนโลยีสูงๆด้วยแล้ว ราคาบางครั้งอาจจะพุ่งสูงไปถึงเรือนแสนได้อย่างยิ่งจริงๆ จุดแข็งของโดรนรุ่นนี้คือ มีรูปแบบการใช้งานที่ทำเป็นนานัปการกว่าโดรนราคาถูกๆสามารถถ่ายภาพแบบมีมิติ ภาพเชิงซ้อน ภาพตัดขวางได้ ภาพที่ได้จากโดรนประเภทนี้จึงสามารถใช้งานได้มากมายกว่า ทั้งคุณภาพของรูปที่ได้ก็ถือว่าสูงระดับ HD มองเห็นรายละเอียดต่างๆภายในภาพได้อย่างแจ่มแจ้ง จะขยายให้ใหญ่ หรือจะบีบอัดก็ได้ นอกจากนั้น โดรนราคาสูง ยังเป็นวัสดุอุปกรณ์ที่พวกเราสามารถนำกล้องถ่ายสำหรับภาพของเราเองขึ้นห้อย แล้วบังคับโดรนให้ใช้กล้องถ่ายรูปของเราถ่ายได้ ก็เลยยิ่งทำให้เครื่องใช้ไม้สอยรุ่นนี้สามารถใช้งานได้ตามสั่งยิ่งกว่า ไม่มีขีดจำกัดใดๆก็ตามมาขวางการถ่ายภาพของเราได้ เหมาะสมมากสำหรับผู้ที่อยากได้รูปถ่ายไปใช้ดำเนินการวิจัยที่อยากได้เนื้อหามากๆต้องถ่ายภาพด้วยวิธีเฉพาะ ได้แก่งานศึกษาค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับธรณีวิทยา เป็นต้น แต่ข้อผิดพลาดของโดรนราคาแพงนี้ก็คือ ใช้งานได้ยาก ผู้ใช้จะต้องมีความรู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องตัวเครื่องไม้เครื่องมือในระดับหนึ่ง แม้ไม่เคยใช้โดรนมาก่อนและก็มาจับโดรนรุ่นนี้เลย อาจก่อให้เกิดปัญหาบังคับไม่ได้ตามอยากได้ ไม่สามารถถ่ายรูปได้ นอกเหนือจากนั้นบางทีอาจเผลอทำโดรนตก หรือบังคับผิดแนวทางจนกระทั่งทำให้โดรนชนสิ่งกีดขวาง ได้รับความย่ำแย่ ซึ่งตามที่กล่าวไปว่าโดรนชนิดนี้มีราคาออกจะแพง ถ้าหากว่าบังคับแล้วทำมันเสียหาย ก็พอๆกับว่าเราได้ทำลายเงินเป็นจำนวนมากไปด้วย

จากรายละเอียดทั้งหมดทั้งปวงที่กล่าวมา จะเห็นได้ว่าทั้งยังโดรนราคาไม่แพงแล้วก็ราคาสูง ต่างก็มีข้อดีและจุดบกพร่องที่นาๆประการ การจะชี้วัดว่าโดรนประเภทใดดีมากยิ่งกว่ากัน จึงต้องอาศัยความปรารถนาสำหรับในการใช้งาน แล้วก็ความสามารถของผู้ใช้เป็นหลัก หากว่าตัวผู้ใช้อยู่ในระดับฝึกซ้อม โดรนราคาไม่แพงจะตอบสนองความจะต้องมือได้มากกว่า เพราะไม่มีรูปแบบการใช้งานที่ยุ่งยากซับซ้อน และไม่จำเป็นต้องกลุ้มอกกลุ้มใจเรื่องค่าของโดรนถ้าหากว่าบังคับแล้วเกิดอุบัติเหตุด้วย แต่ถ้าเกิดผู้ใช้งานเป็นระดับมืออาชีพ และก็อยากได้โดรนไปไว้สำหรับถ่ายภาพยากๆเคล็ดลับเป็นจำนวนมากโดรนราคาแพงจะรองรับในสิ่งที่ต้องการได้ดีมากยิ่งกว่า

แต่ว่าไม่ว่าจะเป็นโดรนรุ่นใดก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ผู้ใช้งานทุกคนจำเป็นต้องให้ความใส่ใจคือการลงทะเบียนโดยชอบด้วยกฎหมาย คนไหนที่คิดจะใช้โดรน ขอให้ติดต่อแล้วปฏิบัติตามกรรมวิธีตามกฎหมายให้ถูกก่อน อย่านำโดรนบินขึ้นโดยพลการ เนื่องจากว่าบางทีอาจเกิดปัญหาขึ้นได้

Website: บทความโดรน:  https://www.dotlife.store/

7
Macbook เป็นคอมพิวเตอร์แบบนำเอาที่ได้มีการผลิตและก็จำหน่ายโดยบริษัท Apple และก็เป็นคอมพิวเตอร์แบบพกพาที่มีผู้ใช้มากที่สุดของโลกรองจาก Notebook ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์แบบพกพา ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows
ตัวเครื่อง Macbook ได้รับการออกแบบมาให้มีความทนทานต่ออันตรายต่างๆได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น การชน โดยใน Macbook 1 เครื่อง สามารถ ทนทานต่อการชนต่างๆได้ดี แต่ว่าแม้ว่า Macbook จะสามารถคงทนต่ออันตรายต่างๆได้ก็ตาม สิ่งที่ไม่อาจหลบหลีกได้เมื่อ Macbook พบกับอันตรายก็คือติเตียน และก็รอยขูดขีดต่างๆที่มันจะมิได้ทำให้ Macbook ทำให้เป็นอันตรายจนถึงขั้นใช้งานไม่ได้ แม้กระนั้นรอยขูดขีดกลุ่มนี้จะเป็นตำหนิทำให้ Macbook ดูไม่สะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อยเสมือนตอนซื้อมาใหม่ๆทั้งในอนาคตถ้าพวกเราจะขาย Macbook ไป รอยขูดขีดรวมทั้งตำหนิพวกนี้จะทำให้ราคาตกลง ด้วยประการฉะนี้ ถึงแม้ว่าตัว Macbook จะมีคงทนถาวรมากมาย แต่เราก็จำเป็นต้องมีเครื่องคุ้มครองเครื่องมือนี้เสริมเติม และก็เครื่องป้องกันที่เราสามารถหาได้ง่ายที่สุด น่าจะหนีไม่พ้นกระเป๋า Macbook

กระเป๋า Macbook เป็นเครื่องคุ้มครอง Macbook ซึ่งสามารถหาได้ง่าย โดยเราจะได้รับกระเป๋านี้มาตั้งแต่หนแรกซื้อ Macbook หรือหากคนไหนมีความเห็นว่ากระเป๋าที่แถมมานั้นไม่อาจจะคุ้มครอง Macbook ได้ดี ซักเท่าไหร่ จะหาซื้อใหม่ก็ทำได้ง่าย เพราะในปัจจุบันมีร้านรวงมากมายก่ายกองที่ผลิตกระเป๋าแล้วก็ค่อยนำออกจำหน่ายบนท้องตลาด สามารถหาซื้อได้ในราคาถูกและก็ราคาแพง

จุดแข็งของกระเป๋าใส่ Macbook อยู่ที่สามารถปกป้อง Macbook จากอันตรายต่างๆได้มากมายดังต่อไปนี้
1. รอยขูดขีดต่างๆ ในยามที่พวกเราจำต้องนำเอา Macbook ไปไหนมาไหน ย่อมมีแนวโน้มเสี่ยงสูงที่ Macbook จะไปกระทบกับสิ่งใดเข้าจนถึงนำไปสู่รอย แม้กระทั้งการเอาวางบนพื้น ก็มีโอกาสที่จะเกิดรอยได้เช่นเดียวกัน ซึ่งกระเป๋า Macbook จะช่วยคุ้มครองอันตรายส่วนนี้เจริญ แม้พวกเรานำ Macbook ใส่กระเป๋านี้แล้วหิ้วไปดังที่ต่างๆแม้ว่าจะเผลอชนเข้ากับสิ่งกีดขวาง หรือวางลงบนพื้นที่เต็มไปเศษสิ่งของอันก่อเกิดรอยขีดข่วน แต่กระเป๋าแมคบุ๊ค ก็จะเป็นตัวคุ้มครองป้องกัน Macbook โดยรับการขีดข่วนนั้นก่อน ทำให้ถึงแม้กระเป๋าจะทรุดโทรม แม้กระนั้น Macbook ก็จะไม่มีรอยใดๆปรากฏขึ้น การนำ Macbook ใส่กระเป๋า จึงช่วยลดจังหวะที่จะกำเนิดรอยขูดขีดต่างๆได้เป็นอย่างดี
2. ละอองน้ำและก็ความชุ่มชื้นต่างๆปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเมื่อเราพก Macbook ไปใช้งานนอกสถานที่ ย่อมมีโอกาสที่ Macbook จะต้องถูกน้ำที่กระเซ็นมา หรือถูกความชุ่มชื้นในอากาศ แม้สิ่งพวกนี้จะไม่ทำร้าย Macbook ในทันที แต่ว่ามันก็จะก่อให้ส่วนประกอบบางชิ้นมีการย่อยสลาย ขึ้นสนิม นอกจากนั้นความชุ่มชื้นแล้วก็ละอองน้ำยังเป็นตัวแนวทางการทำให้ Macbook กำเนิดคราบสกปรกได้ด้วย แต่ว่าหากเรานำ Macbook ใส่กระเป๋าก่อนพกออกมาจากบ้าน เมื่อจะต้องพบกับละอองน้ำแล้วก็ความชุ่มชื้น กระเป๋า Macbook จะเป็นด่านที่รับเอาอันตรายนั้นไว้ก่อน ทำให้ Macbook ไม่ต้องสัมผัสน้ำแล้วก็ความชุ่มชื้นอะไรก็ตามมองไม่มีอันตรายอยู่เป็นประจำ ทั้งนี้ ผู้ใช้ควรที่จะนำเม็ดดูดความชื้นใส่เอาไว้ภายในกระเป๋า Macbook ด้วย เพื่อเป็นตัวช่วยสำหรับคุ้มครองปกป้องความชุ่มชื้นมาสัมผัสกับ Macbook อีกขั้นหนึ่ง แล้วก็ควรจะระวังอย่าให้กระเป๋า Macbook ถูกน้ำจนเปียกชุ่ม เพราะจะทำให้น้ำซึมเข้าสู่กระเป๋าจนถึง Macbook เปียกแฉะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกระเป๋าที่มีค่า Water Resistant ต่ำ
3. ฝุ่นต่างๆ เนื่องมาจากในยุคปัจจุบัน ประเทศไทยพวกเราเต็มไปด้วยฝุ่น การพก Macbook ออกไปข้างนอกโดยมีการปกป้อง ย่อมส่งผลให้ฝุ่นผงกับผิว Macbook ด้านนอก ช่องสำหรับระบายอากาศ และก็ port ต่างๆถ้าหาก Macbook ถูกฝุ่นจับจะชำระล้างได้ยาก รวมทั้งถ้าปลดปล่อยให้ฝุ่นละอองมีการสะสม ย่อมนำมาซึ่งการทำให้ Macbook ระบายความร้อนได้ไม่ดี แก่การใช้งานสั้นลง โดยกระเป๋า Macbook จะสามารถคุ้มครองป้องกันฝุ่นละอองได้ 100% หากนำ Macbook ใส่ด้านในกระเป๋าอย่างมิดชิด ฝุ่นละอองจะไม่สามารถเข้าไปจับในเครื่องได้อย่างแน่นอน ช่วยทำให้ Macbook มองสะอาดแล้วก็ใหม่อยู่เป็นประจำ
4. แรงชนอันเกิดขึ้นจากการตก หรือชนกับสิ่งกีดขวาง เนื่องมาจากกระเป๋า Macbook เป็นกระเป๋าที่ได้รับการออกแบบมาให้สามารถรับแรงกระแทก และก็ลดแรงชนที่ทำต่อ Macbook ถ้าหากเรานำ Macbook ใส่กระเป๋าก่อนจะเผลอทำตกโดยไม่คาดฝัน Macbook จะได้รับแรงกระแทกน้อยมาก นำมาซึ่งการทำให้ Macbook มิได้รับอันตรายจากการตก ตรงกันข้าม แม้เราทำ Macbook ที่ไม่ได้ห่อหุ้มสิ่งใดตกพื้น แรงกระแทกจากการตกจะมีผลกับตัว Macbook โดยตรง จนกระทั่งนำไปสู่รอย หรือชิ้นส่วนบางสิ่งบางอย่างได้รับความเสื่อมโทรมได้

กระเป๋า Macbook สามารถคุ้มครองปกป้องอันตรายท้ง 4 ข้อนี้ให้กับคอมพิวเตอร์ Macbook แสนรักของพวกเราได้ แม้กระนั้น ประโยชน์ที่ได้รับมาจากกระเป๋า Macbook ไม่ได้อยู่ที่การคุ้มครองป้องกันอันตรายแค่นั้น แต่ยังช่วยให้พวกเราสามารถนำเอา Macbook ไปยังที่ต่างๆได้สบาย สามารถหิ้วได้ด้วยมือเพียงแต่ฝ่ายเดียว แถมในกระเป๋า Macbook ยังมีช่องเก็บของที่ช่วยให้พวกเราใส่เครื่องไม้เครื่องมือเสริมสำหรับ Macbook ไปได้อีก พูดได้ว่าช่วยทั้งคุ้มครองป้องกันอันตราย และก็อำนวยความสะดวกได้อย่างครบครนจริงๆ

ทั้งนี้ สำหรับการเลือกซื้อ กระเป๋า Macbook สักใบ พวกเราควรจะมีความละเอียดลออสำหรับในการเลือกซื้อสักนิดสักหน่อย เนื่องด้วยกระเป๋าแต่ละรุ่นนั้นมีคุณภาพที่ไม่เหมือนกัน กระเป๋าบางใบสามารถรับแรงชนได้ดี ทนน้ำเจริญ แต่กรเป๋าบางใบก็มีคุณภาพไม่ดี ไม่อาจจะคุ้มครองป้องกันอะไรได้ แถมประสิทธิภาพการตัดเย็บก็ไม่ดี มีสิทธิรั่วเมื่อใช้งานไปนานๆโดยเหตุนั้นเราก็เลยควรจะมีความประณีตสำหรับในการเลือกซื้อมากมายๆเพื่อให้ได้กระเป๋า Macbook ที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง

ที่มา บทความกระเป๋า macbook:  https://www.dotlife.store/

8
สายสัญญาณเสียง คือเครื่องมือสำหรับใช้ในการเชื่อมต่อเครื่องเสียงเข้ากับเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆโดยสายนี้จะเป็นตัวนำเสียงจากเครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ให้มาแสดงออก ณ เครื่องเสียง ช่วยให้สามารถเล่นไฟล์เสียงด้วยเสียงที่ดังขึ้นได้

ปัจจุบัน พวกเราสามารถหาซื้อสายสัญญาณเสียงได้ทั่วไปตามร้านค้าเครื่องใช้กระแสไฟฟ้าแล้วก็อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆมีสินค้าหลายรุ่น หลายแบรนด์ให้เราได้เลือกซื้อกัน ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อสายสัญญาณเสียงบนท้องตลาดมีอยู่หลายรุ่น หลายยี่ห้อ ทำให้คุณภาพของสินค้ามีความต่างกันด้วย ถ้าหากว่าเราได้สายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีมาใช้ก็ดีไป แต่ว่าถ้าเกิดพวกเราเผลอไปซื้อสายสัญญาณเสียงที่มิได้ประสิทธิภาพมาใช้งานเข้า ก็ต้องเผชิญกับปัญหาระหว่างใช้งานหลายประการ เสียงไม่ออก ประสิทธิภาพเสียงไม่ดี มีอายุการใช้แรงงานสั้น ใช้ไปได้เล็กน้อยก็เสียแล้ว ทั้งสายสัญญาณเสียงนั้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่บางทีอาจประเมินประสิทธิภาพด้วยราคาได้ เพราะว่าไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ราคาไม่แพงหรือผลิตภัณฑ์ราคาสูง ต่างก็มีคุณภาพดี คุณภาพต่ำ รวมทั้งปัญหาในตนเองปะปนกันไป ด้วยเหตุผลดังกล่าว เราก็เลยต้องมีวิธีการพื้นฐานสำหรับพิจารณาประสิทธิภาพสายสัญญาณเสียง เพื่อให้สามารถซื้อสินค้าที่มีคุณภาพมาใช้งานได้ต่อไป

การสำรวจประสิทธิภาพ สายสัญญาณเสียง พวกเราสามารถทำได้ 6 แนวทางดังต่อไปนี้
1. วิเคราะห์ความแข็งแรง-ความอ่อนของสาย ข้อนี้เป็นอย่างแรกที่พวกเราสามารถด้วยตัวเองได้ และควรจะเช็คเป็นอย่างแรก เพราะว่าสาย audio cable ในขณะนี้มีการผลิตสายออกมาให้มีความแข็งและก็ความอ่อนแตกต่างกัน โดยทั่วไป สายสัญญาณเสียงที่แพงถูกมักจะมีสายค่อนข้างจะแข็ง ในเวลาที่สายสัญญาณเสียงราคาสูงๆชอบมีสายอ่อน ข้อเสนอเป็น ไม่ควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่แข็งเกินความจำเป็น ด้วยเหตุว่าจะไม่อาจจะพับสายได้ แม้พับ ม้วนเก็บสายย่อมก่อปัญหา ในเวลาเดียวกันก็ไม่สมควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่อ่อนเหลือเกิน เพราะยิ่งอ่อนนิ่มมากมาย สายก็จะยิ่งเปราะบาง เมื่อนำไปใช้งานเป็นประจำย่อมมีการเสี่ยงสูงที่สายจะขาด หรือหักพับได้อย่างง่ายดายสายสัญญาณเสียงที่ดีเยี่ยมที่สุด ควรจะเป็นสายที่อ่อนพอจะสามารถพับได้อย่างไม่มีการเสียหาย แต่ในเวลาเดียวกันก็มีความแข็งแรงพอที่จะใช้งานได้อย่างไม่มีการฉีกให้ขาด ถ้าเกิดเราพบว่าสายสัญญาณเสียงใดมีลักษณะเช่นนี้ สามารถซื้อมาไว้ใช้งานได้เลย
2. สำรวจอุปกรณ์ที่ใช้เพื่อทำหัวสายว่าคืออะไร สายสัญญาณเสียงที่ผลิตออกมาขายในตอนนี้นั้น มีการใช้โลหะอยู่ 2 ชนิดใหญ่ๆในการทำหัวสาย อย่างเช่น ทองสัมฤทธิ์ แล้วก็อลูมิเนียม ขอแนะนำว่าควรที่จะทำการเลือกใช้สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นทองเหลืองจะดียิ่งกว่า เพราะว่าเป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ดีกว่าอลูมินัม ไม่ค่อยเจอปัญหาเสียงขาดเสียงหาย แม้จะแทงสายไม่แน่นก็ตาม ขณะที่อลูมิเนียม เป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ไม่ดีนัก หากเสียบไม่แน่นจะไม่อาจจะนำสัญญาณเสียงได้ นอกนั้น ทองเหลืองยังเป็นโลหะที่มีความทนทานสูง มีอายุการใช้งานช้านาน ไม่ค่อยเจอปัญหาเรื่องการหัก หรือการโค้งงอผิดรูปผิดร่าง ในเวลาที่สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นอลูมิเนียมนั้นจะต้องใช้งานอย่างระแวดระวัง ถ้าไม่กล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดู หัวสายจะหักหรือโค้งงอได้ง่ายในเวลาอันเร็ว
3. สำรวจการยึดระหว่างหัวสายกับสายไฟว่าเป็นยังไง มีการเชื่อมต่ออย่างสนิทดีหรือไม่ โดยทั่วไปสายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีจะยึดจุดเชื่อมต่อระหว่างสายไฟกับหงุดหงิดบได้อย่างสนิท ขณะที่สายสัญญาณเสียงคุณภาพไม่ดีมักยึดท่อนหัวสายกับสายไฟได้ไม่แน่น บางรุ่นทำเพียงแค่เอาสายใส่เข้าไปในหัวแบบมิได้ยึด สิ่งที่จะตามมาเมื่อใช้งานไปได้สักระยะ ก็คือ สายไฟหลุดออกมาจากอารมณ์เสียบ แล้วก็ถ้าสายสัญญาณเสียงใดมีปัญหานี้ขึ้นมาย่อมไม่สามารถที่จะซ่อมแซมได้ จะต้องทิ้งสิ่งเดียว ด้วยเหตุนี้สำหรับเพื่อการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง เราจึงจำเป็นต้องพิจารณาจุดเชื่อมต่อระหว่างหัวเสียบกับสายไฟด้วย
4. วิเคราะห์ความยาวของโลหะหัวเสียบว่ามีความสั้นยาวเท่าใด โดย สายสัญญาณเสียงที่ดี ต้องมีความยาวระหว่างโลหะหัวเสียบอยู่ที่ 2-5 เซนติเมตร เนื่องจากว่าเป็นความยาวที่สมควรในการเสียบเข้ากับเครื่องมือต่างๆได้โดยไม่มีการคลอนหรือหลวม ทั้งยังแทงได้สนิท ไม่มีโลหะหัวเสียบโผล่พ้นขึ้นมา แม้เป็นสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวของโลหะหงุดหงิดบสั้นเหลือเกิน จะไม่สามารถแทงกับเครื่องมือได้ เกิดปัญหาเสียงไม่ออก หรือเสียงมาเป็นช่วงต้องรอพยุงไว้ ส่วนหากโลหะที่ศีรษะเสียบมีความยาวมากจนเกินไป เมื่อทิ่มกับเครื่องใช้ไม้สอยจะมีผลให้มีโลหะเล็กน้อยโผล่ขึ้นมา หากเผลอไปชนเข้าอาจส่งผลให้สายเกิดการหักได้
5. สำรวจความยาวของสายไฟว่ามีมากมายน้อยเพียงใด ข้อนี้แม้ว่าจะมิได้มีผลต่อประสิทธิภาพการใช้แรงงานโดยตรง แต่ก็สำคัญ ด้วยเหตุว่าการซื้อสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวพอเพียงต่อการใช้แรงงาน จะช่วยให้สามารถต่อเครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสะดวก ไม่เกิดปัญหาสายตึงรั้งเหลือเกินจนกระทั่งมีโอกาสเสี่ยงต่อการหัก หรือหย่อนเหลือเกินจนกระทั่งกำเนิดความรู้สึกขวาง ซึ่งความยาวที่เหมาะสมของสายไฟขึ้นกับการใช้งานของพวกเราว่าเป็นยังไง ถ้าเป็นสายสัญญาณเสียงสำหรับแทงวัสดุอุปกรณ์เครื่องเสียงในรถยนต์ หรือลำโพงทั่วไป ต้องมีความยาวอยู่ที่ 30-60 ซม. ส่วนถ้าหากเป็นสานสำหรับต่อลำโพงขนาดใหญ่ จำเป็นต้องลากสายยาวๆก็ต้องมีความยาวตั้งแต่ 1 เมตรขึ้นไป
6. สำรวจแบรนด์ของสาย ส่วนแบรนด์นี้ก็จัดว่ามีความจำเป็นไม่แพ้กันสำหรับการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง โดยควรที่จะทำการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียงที่สร้างขึ้นโดยแบรนด์อันเป็นที่รู้จัก หลีกเลี่ยงสินค้าจากยี่ห้อแปลกๆหรือผลิตภัณฑ์โนเนม เนื่องจากว่ามักจะเป็นสินค้าที่ไม่ได้ประสิทธิภาพ มีโอกาสชำรุดเสียหายได้ง่าย

วิธีสำหรับการเลือกซื้อ สายสัญญาณเสียง ให้ได้ประสิทธิภาพนับว่าเป็นเรื่องที่พวกเราจะต้องให้ความเอาใจใส่ เพื่อให้การเชื่อมต่อเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์กับเครื่องเสียงสามารถำได้อย่างมีคุณภาพ ได้การเล่นเสียงที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง
Source: บทความสายสัญญาณเสียง:  https://www.dotlife.store

9
เมื่อกล่าวถึงโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ฮิตสูงที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของโลกแล้ว เชื่อว่า iphone น่าจะเป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ติดโผด้วยอย่างแน่นอน

Iphone เป็น Smartphone ที่มีระบบดำเนินการคือ ios ตัวเครื่องถูกดีไซน์มาให้สามารถทนต่อสิ่งต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นความชุ่มชื้น การปะทะ การตก และอื่นๆ อีก แต่ถึงจะเผยว่า iphone ได้รับการออกแบบมาเพื่อรับอะไรแบบนี้อยู่แล้ว แต่ในข้อเท็จจริง เมื่อเรานำไอโฟน ไปชนกับวัตถุอื่น หรือทำตก ย่อมต้องปรากฏริ้วรอย รอยการเสียอุบัติให้เห็นบนตัวของมัน ยิ่งถ้าหน้าจอถูกกระแทก ก็จะบังเกิดการแตกได้อย่างเดียวกัน ถึงแม้การเสียดังกล่าวจะไม่เป็นเหตุให้ iphone ดับดิ้นสิ้นชีวา แต่ก็เป็นเหตุให้มีตำหนิอันไม่พึงปรารถนาเกิดขึ้น และผลกระทบจะมีไปถึงตอนที่เราต้องการจะเอาไอโฟน เครื่องนั้นวางขายทอดตลาด ราคาของเครื่องจะต้องตกลงอย่างแน่แท้ เพราะเช่นนั้นเพื่อไม่ให้ปรากฏริ้วรอยดังกล่าวขึ้น จึงมีผู้ผลิตหลายรายที่คิดเคส iphone ขึ้นมา สำหรับสวมลงบนตัวเครื่องอีกที เพื่อที่เวลาเครื่อง iphone ไปชนกับเครื่องใช้ใดๆ ส่วนที่ได้รับแรงกระแทกเต็มๆ จะเป็นตัวเคสก่อน ริ้วรอยที่ควรจะบังเกิดขึ้นบนตัวเครื่องก็จะมาเกิดบนเคสแทน ทำเอาเครื่องไม่ได้รับผลร้าย

เคส iphone ดังที่บอกกล่าวไปว่ามีหน้าที่หลักๆ คือการป้องกัน iphone จากแรงชนที่บังเกิดจากการชน หรือทำตก แต่ทราบหรือไม่ว่า นอกจากเคส iphone จะคุ้มกันการปะทะได้แล้ว มันยังสามารถปกป้องพิษภัยอื่นๆ ที่อาจเกิดกับตัว iphone ได้อีก เช่น รอยนิ้วมือ รอยขีดข่วนแบบไม่ได้ตั้งใจ และความชุ่มชื้น ดังที่เราจะบรรยายไปทีละอย่าง ดังนี้

เริ่มจากรอยนิ้วมือ ผู้ใช้งาน iphone จำนวนไม่น้อยคงจะหงุดหงิดกับรอยมัน หรือรอยนิ้วมือที่มักไปปรากฏบนตัวเครื่อง iphone หลังจากหยิบใช้สอยงานแต่ละครั้ง ส่งผลลัพธ์ให้ต้องคอยเช็ดถูทำความใสสะอาดอยู่บ่อยๆ อีกทั้งยังทำเอาเครื่องดูทรุดโทรมเร็วด้วย แต่ถ้าใส่เคส iphone ตัวเคสจะหุ้มเครื่องไว้อย่างเด็ดเดี่ยว เป็นเหตุให้เมื่อเวลากำ ถือ รอยนิ้วมือและหยาดเหงื่อบนมือจะไม่ไปแตะกับเครื่อง มีผลให้ iphone ใสสะอาดเอี่ยมอยู่เสมอ และดูไม่ทรุดโทรม นอกจากนี้ การใส่เคสให้ iphone ยังทำให้เราสามารถตั้งเครื่องลงบนบริเวณต่างๆ ได้อย่างเบาใจ ไม่ต้องหวาดกลัวว่าจะมีสิ่งโสโครกมาติด หรือเข้าไปในช่องต่างๆ ของไอโฟน เพราะมันจะเข้าติดเคสก่อน การใส่เคสให้ iphone จึงช่วยเหลือปกป้องทั้งรอยนิ้วมือ และสิ่งสกปรกต่างๆ ได้อย่างสมบูรณ์

การคุ้มกันประการถัดมาที่เคสไอโฟน จะช่วยเหลือเซฟเครื่องได้ ก็คือ รอยขีดข่วนต่างๆ ซึ่งแบบการใช้งานงานของคนในสมัยปัจจุบันนั้น มีผลกระทบให้เกิดรอยขีดข่วนที่เครื่องได้ง่าย แม้กระทั่งในการเก็บ iphone ไว้ในกระเป๋ากางเกงยีนส์ ก็ยังสามารถทำเอาเครื่องไอโฟน ปรากฏรอยขีดข่วนได้แบบเดียวกัน แต่ถ้าเราใส่เคส iphone การขีดข่วนต่างๆ จะต้องไปสัมผผัสกับเคสก่อน ทำเอาแม้ว่าเคสจะพัง แต่ตัวไอโฟนจะยังคงสภาพดีอยู่เสมอ นอกจากนี้ ในเคสไอโฟนบางรุ่น ยังมีแผ่นสำหรับปิดหน้าจอด้วย ซึ่งสามารถช่วยเหลือคุ้มกันไม่ให้อุบัติการแตะโดยไม่ได้ตั้งใจเวลาใส่ในกระเป๋ากางเกง ไม่บังเกิดการเข้าเมนูต่างๆ หรือโทรออกโดยไม่ได้ตั้งใจ

การคุ้มกันอย่างสุดท้ายของiphone case ที่มันจะกระทำต่อโทรศัพท์มือถือ ก็คือ ความชื้น ดังที่เผยไปในข้างต้นว่าตัว iphone สามารถกันน้ำได้ แต่อย่าลืมว่าในการสัมผัสกับความชุ่มชื้น แม้จะไม่ทำให้ไอโฟนพัง แต่มันก็อาจจะทำปฏิกิริยากับไอโฟน จนทำเอาบังเกิดขี้เกลือ หรือสนิมขึ้นบนตัว iphone กลายเป็นตำหนิที่ไม่น่าดู โดยเคส iphone จะสามารถคุ้มกันความชื้นส่วนนี้ได้ แต่การคุ้มครองความชุ่มชื้นของเคสไอโฟน นั้น จะมีลักษณะเป็นเพียง water resistant สามารถป้องกันได้เฉพาะละอองน้ำ และความชื้นเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น ถ้าเกิดเอา iphone ไปตากฝน หรือเอาไปจุ่มน้ำ เคสไอโฟน จะไม่สามารถป้องกันในส่วนนี้ได้

เคส iphone ในสมัยปัจจุบันผลิตออกมาจากหลายสิ่งของ หลายแบบแผน เคส iphone บางรุ่น ไม่ได้เป็นเพียงแต่เครื่องปกป้องมือถือ ไอโฟน จากผลร้ายต่างๆ เท่านั้น หากแต่ยังสามารถเป็นเครื่องตกแต่งโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้ดูมีอะไรมากขึ้นได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ในเคส iphone บางรุ่น ก็ผลิตขึ้นมาจากวัสดุที่ไม่เหมาะสม เช่น พลาสติกทึบ เมื่อเอาไปใส่จะเป็นอุปสรรคต่อการระบายความร้อนของไอโฟน จนบางครั้งเอาไปถือที เหมือนถือลูกประคบที่เพิ่งขึ้นจากเตาเอาไว้ในมือเลยทีเดียว เคสที่มีลักษณะดังกล่าวนั้นไม่ควรนำมาใช้ใส่ ไอโฟน เพราะจะทำเอา iphone ระบายความร้อนได้ไม่ดี และอาจส่งผลต่อระบบต่าง ๆ โดยเฉพาะระบบแบตเตอรี่ได้ในอนาคต

นอกจากนี้ ในเคส iphone บางรุ่น ก็ดูแล้วจะสวยงามอย่างเดียว ป้องกันอะไรไม่ได้เช่น พวกเคสพลาสติกบางๆ ตกแต่งตัวการ์ตูรสวยๆ อย่างที่เราเห็นในช่วงปัจจุบัน เคสประเภทนี้ถ้าคิดว่าจะเอามาเพื่อตกแต่งอย่างเดียว ก็สามารถพินิจเลือกสรรซื้อได้ แต่ถ้าต้องการจะซื้อเพื่อคุ้มกันละก็ ขอให้เลือกเฟ้นเลือกรุ่นอื่นจะดีกว่าเคส iphone จึงถือเป็นอุปกรณ์ที่สนับสนุนปกป้องโทรศัพท์เคลื่อนที่ของเราจากพิษภัยต่างๆ ได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็แล้วแต่ การจะปกป้อง iphone จากอันตรายทุกแบบนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับเคสเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของผู้ใช้งานด้วย หากใช้งานไม่ระมัดระวัง ชอบทำไอโฟน ตกพื้นบ่อยๆ ก็ไม่แน่ว่าเคสจะสามารถรองพิษภัยได้ทั้งหมด ขอให้ผู้ใช้สอยมีความระมัดระวังระหว่างการใช้งานงานด้วย

เครดิตบทความ บทความเคส iphone:  https://www.dotlife.store/

10
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า iPad คือเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์อย่างหนึ่งที่ผู้คนนิยมใช้กันเยอะขึ้นทั่วโลก เนื่องจากว่าเป็นเครื่องใช้ไม้สอยที่มีหน้าน้าจอขนาดใหญ่ ทำให้สามารถใช้เพื่องานด้านเอกสาร หรือเพื่องาน Social Media ได้สบายกว่าการใช้โทรศัพท์ smartphone ทั่วๆไป จนถึงเดี๋ยวนี้ หลายๆคนบางทีก็อาจจะเน้นย้ำใช้ Social Media บน iPad เป็นส่วนใหญ่ด้วยซ้ำ ส่วนโทรศัพท์ก็เก็บไว้ใช้โทรอย่างเดียว เป็นต้น
แม้กระนั้นการใช้ iPad เพื่องานต่างๆสิ่งหนึ่งที่จำเป็นมากเด็ดขาดเลยก็คือเคส iPad เพราะว่าถ้าเกิด iPad ไม่ได้มีการสวมเคสไว้เลย เวลาใช้ประโยชน์ในแต่ละสถานที่ก็เน้นย้ำเอาไปเป็นเครื่องเปล่าๆเลย ย่อมมีโอกาสสูงที่คุณจะเผลอทำ iPad ตกพื้น จนกระทั่งเกิดร่องรอยบนเครื่อง ถ้าหากน้อยหย่อย ก็มีแค่รอยแผลเล็กๆน้อยๆแม้กระนั้นหากตกแรงๆก็มีสิทธิทำให้หน้าจอของ iPad แตกได้เลย ยิ่งถ้าเกิดตกแรงๆอาจก่อให้เกิดรอยแตกที่จะเดินเครื่องไปตลอด ซึ่งรอยแตกบนจอ iPad ขอบอกเลยว่าเป็นรอยที่ใหญ่แล้วก็น่าสยดสยองมาก หากคุณใช้มันทั้งที่จอยังแตกอยู่ รอยแตกนั้นบางทีอาจจะบาดนิ้วคุณ จนถึงเกิดแผล ได้เลือดแบบที่คุณก็ไม่ได้นึกฝันเลยก็เป็นได้ รอยแตกบน iPad มิได้มีผลเพียงแค่กับการใช้งานแค่นั้น แต่ยังมีผลไปถึงขณะที่คุณอยากจะขายทอดตลาด ราคาของ iPad บางทีก็อาจจะตกลงประเภทที่ว่าคุณเองยังขวัญหาย ด้วยเหตุนั้นการสวมเคสให้ iPad ก็เลยเกิดเรื่องที่สำคัญมาก

ในตอนนี้ เคส iPad ถูกผลิตขึ้นรวมทั้งนำมาวางขายบนท้องตลาดในหลายแบบอย่าง ทั้งเคสพลาสติกแบบแข็งๆไปจนถึงเคสนิ่มๆเป็นซิลิโคนก็มี เมื่อเคสมีอยู่นานัปการแบบดังต่อไปนี้ คุณอาจจะสงสัยอยู่ว่า ถ้าเช่นนั้นเราควรเลือกเคสแบบไหนดีถึงจะใช้งานได้อย่างดีเยี่ยม ไม่มีปัญหาประเด็นการแตกชำรุดตามมา วันนี้เรามีคำตอบมาฝาก
1. ควรจะเลือกเคสที่มีฝาสำหรับปิดหน้าจอด้วย บางบุคคลรู้สึกว่าเคสแบบมีฝาปิดนั้นทำให้ ipad ดูไม่สวย มองโบราณ ในช่วงเวลาที่เคสแบบไม่มีฝา จะก่อให้ iPad ดูทันสมัยยิ่งกว่า ถ้าหากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังมีความคิดแบบนี้ ขอบอกเลยว่าให้รีบเปลี่ยนแปลงทัศนคติโดยเร่งด่วน เพราะเคสแบบมีฝาปิดนี่แหละ ที่จะช่วยป้องกันอันตรายให้กับ iPad ของคุณได้รอบด้าน ไม่ว่าคุณจะเผลอทำเครื่องมือตก หรือชนในท่าไหน ก็เชื่อมั่นได้ว่าจะไม่มีทางกำเนิดรอยบน iPad แสนรักของคุณได้แน่ๆ เทียบกับเคส iPadแบบไม่มีฝาปิด ถึงจะทำให้อุปกรณ์มองสวย นำสมัยก็จริงอยู่ แม้กระนั้นก็จำต้องแลกกับการที่จะทำให้หน้าจอ iPad ของคุณ แปลงเป็นส่วนที่บอบบางมากที่สุด หากคุณเผลอทำ iPad ตกแบบคว่ำหน้าลง เคสแบบงี้จะไม่สามารถคุ้มครองปกป้องสิ่งใดให้ท่านได้เลย ด้วยเหตุดังกล่าว ถ้าหากต้องการซื้อเคสไอแพด ขอชี้แนะว่าให้ซื้อรุ่นที่มีฝาปิดด้วยจะดีมากกว่า ยืนยันว่าไม่เป็นอันตราย 100% แน่ๆ

2. ควรจะเลือกเคสที่มีความครึ้มพอประมาณ ที่เหมาะสมที่สุดคือหน้าราวๆ 2-4 มิลลิเมตร ด้วยความครึ้มเท่านี้จะช่วยทำให้คุณสามารถคุ้มครองการกระแทก และรอยขูดขีดบน iPad ได้ดีที่สุด ถ้าหากไม่เป็นการนำของแหลมกรีดลงไปบนวัสดุอุปกรณ์แบบตั้งใจ ก็เป็นไปไม่ได้ที่ความทรุดโทรมจะทะลุลงไปถึง iPad ได้ หลีกเลี่ยงพวกเคสซิลิโคนบางๆเพราะเคสแบบงี้จะไม่สามารถที่จะคุ้มครองปกป้องอันตรายให้กับ iPad ได้มากพอเพียง มีดีแค่สัมผัสแล้วรู้สึกว่านุ่มมือ มองนำสมัยเท่านั้นเอง แม้คุณเลือกเคสที่มีความหนามากพอ ก็มั่นอกมั่นใจได้เลยว่า iPad ของคุณจะได้รับการคุ้มครองป้องกันเต็มที่อย่างแน่นอน

3. อย่าซื้อipad case รุ่นที่ทุกด้านปิดทึบไปเสียหมด ไม่มีช่องหรือรูอะไรให้อากาศผ่านได้เลย เนื่องด้วยการใช้งาน iPad แต่ละครั้ง จะเกิดความร้อนขึ้นในตัวเครื่องไม้เครื่องมือ ถ้าหากเคสของคุณเป็นพลาสติกแข็งที่ปิดทึบหมดทุกด้าน เว้นรูไว้เพียงแค่ตรงลำโพงและก็ช่องทิ่มต่างๆเท่านั้น ความร้อนก็จะสะสมอยู่ใน iPad จนคุณรู้สึกได้เลยว่าอุปกรณ์ของคุณร้อนราวกับไฟ เมื่อเป็นแบบนี้ ย่อมทำให้เกิดผลเสียให้กับ iPad หลายประการ ได้แก่ ทำให้แบตเตอรี่ใน iPad เสื่อมอายุการใช้งาน ทำให้เครื่องไม้เครื่องมือบางสิ่งบน iPad ได้รับความทรุดโทรม ฯลฯ ฉะนั้นสำหรับการเลือกซื้อเคส คุณควรที่จะเลือกเคสที่มีช่องที่มีไว้ระบายอากาศสักนิด จะได้เป็นการถนอม iPad ยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานยิ่งขึ้นไปอีก

4. ไม่ควรซื้อเคส iPad ที่หนาเหลือเกิน เคส iPad อย่างดก ฟังดูแล้วเสมือนจะใช้ดี คุ้มครองป้องกันอันตรายให้ iPad ได้ แต่ว่าที่จริงแล้ว มันเป็นตัวการที่สร้างปัญหาให้กับการใช้แรงงาน iPad ของคุณได้หลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการทำให้น้ำหนัก iPad เพิ่มขึ้นจนถึงนำเอาไปไหนมาไหนตรากตรำ หรือเพิ่มความยากแค้นสำหรับในการต่ออุปกรณ์เสริมต่างๆอย่างเช่น หูฟัง สายชาร์จ ทำให้หัวต่อของวัสดุอุปกรณ์พวกนี้ถูกต่อเข้าไปได้ไม่สุดกำลังเพราะติดเคส สุดดด้านหลังก็ไม่อาจจะใช้งานได้เลย จะต้องถอดเคสและหลังจากนั้นก็ค่อยต่อกันอย่างเดียว เคสที่มีความดกพอเหมาะพอควร ดังที่กล่าวไปแล้วว่าควรอยู่ที่ 2-4 มม. ขอให้เลือกตามขนาดนี้ดียิ่งกว่า

การเลือกเคส ipad มองดูเผินๆบางครั้งก็อาจจะมีความคิดเห็นว่าไม่มีความจำเป็น แต่ว่าที่จริง ขั้นตอนนี้นับว่าเป็นขั้นตอนที่ต้องให้ความสำคัญมากพอควร เนื่องจากว่าถือเป็นตัวชี้วัดได้เลยว่า iPad แสนรักของคุณจะยังคงอยู่ไปได้โดยสวัสดิภาพเป็นระยะเวลานาน หรือจะมีรอยถลอกปอกเปิกไปเสียก่อน ขอให้ผู้ใช้ iPad ทุกคนจงอย่าปล่อยปละละเลย

Source: บทความเคส ipad:  https://www.dotlife.store/

11
สำหรับไทยแลนด์ยุค 4.0 ที่เป็นยุคที่ระบบไร้สายมีการปรับปรุงขึ้นอย่างในตอนนี้ เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์หลายแบบต่างก็พาเหรดกันแปลงเป็นของไร้สายกันแบบถ้วนหน้า ตั้งแต่สายชาร์จ ลำโพง หรือแม้กระทั้งหูฟัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหูฟังไร้สาย ที่ปัจจุบันนี้ได้ถูกสร้างขึ้นแล้วนำมาวางขายบนท้องตลาดกันมากมายก่ายกองหลายแบรนด์ ทำตลาดตีตื้นขึ้นมาแข่งขันกับหูฟังมีสาย และก็ดึงเอาผู้ใช้บางบุคคลให้เปลี่ยนแปลงจากหูฟังเดิมๆไปใช้หูฟังรุ่นนี้กันมาก

แต่ว่าเชื่อว่า สำหรับผู้ใช้บางคนที่เคยชินกับหูฟังแบบมีสายมาก่อน บางทีอาจจะสงสัยอยู่ว่า หากพวกเราทดลองเปลี่ยนแปลงมาใช้หูฟังแบบไร้สายดู จะใช้งานเจริญราวของเดิมที่เคยใช้อยู่หรือเปล่า บางบุคคลไปสืบค้นข้อมูลตามกระดานข่าวต่างๆก็ได้พบกับหัวข้อจำนวนไม่ใช่น้อยที่บอกว่า หูฟังไร้สายเสียงไม่ดีเท่ากับแบบมีสาย เพราะว่าจำต้องแปลงสัญญาณให้เป็น Bluetooth ก่อนที่จะส่งไปที่ตัวหูฟังที่คุณสวมอยู่ ซึ่งสัญญาณ Bluetooth บางครั้งบางคราวก็มีคุณภาพดี แต่ว่าบางครั้งบางคราวคุณภาพก็ไม่ค่อยดีเยอะแค่ไหน เวลาฟังเพลง จึงจำต้องเจอกับปัญหาเสียงขาดๆหายๆอยู่เสมอๆจนถึงเสียอารมณ์การฟังเพลงไปหมด ถ้าหากคุณเป็นคนอีกคนหนึ่งที่กำลังมองหาหูฟังไร้สายอยู่ แล้วมาเจอกับกระทู้กลุ่มนี้ อาจใจแป้ว แล้วก็เลิกล้มความคิดที่จะซื้อหูฟังไร้สายมาใช้ไปในทันที ขอบอกว่าอย่าพึ่งจะรีบใจฝ่อ เพราะว่าวันนี้เราจะมาดูกันว่า หูฟังไร้สาย ให้คุณภาพเสียงที่ไม่ค่อยดีเมื่อเทียบกับหูฟังแบบมีสาย จริงหรือเปล่า

ตามที่ได้บอกไปแล้วในข้างต้นว่า หูฟังไร้สาย จะใช้แนวทางแปลงสัญญาณเสียงให้เป็น Bluetooth ก่อนจะส่งมาที่ตัวหูฟัง แล้วพอหลังจากนั้นก็ค่อยแปลงกลับมาเป็นสัญญาณเสียงใหม่ ในแต่ก่อนที่ระบบ Bluetooth ยังไม่ทันยุคสักเท่าไร ก็จำเป็นต้องเห็นด้วยว่าสัญญาณเสียงมีปัญหาจริงๆบางทีมีซ่าบ้าง มีหายไปบ้าง แต่ในปัจจุบันที่ระบบ Bluetooth ได้ปรับปรุงไปๆมาๆกแล้ว ก็ทำให้การรับส่งสัญญาณเสียงในหูฟังไร้สายทำเป็นดีเยี่ยมยิ่งขึ้น ไม่มีปัญหาเรื่องเสียงขาดหายอีกต่อไปแล้ว หากคุณกำลังเล็งหูฟังไร้สายสักรุ่นหนึ่งอยู่ ขอให้หมดกังวลประเด็นการรับส่งสัญญาณเสียงผ่าน Bluetooth ได้เลย รับรองว่าหากคุณลองต่อหูฟังไร้สายเข้ากับเครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์อย่างโทรศัพท์มือ Smartphone, iPod หรือ Tablet คุณจะสามารถฟังเพลงได้อย่างสบาย ฟินไปกับเสียงร้องที่ไพเราะ ดนตรีที่อัดแน่นกระทั่งถึงเสียงเบสได้แน่ๆ

นอกจากสัญญาณ Bluetooth ของหูฟังที่ได้รับการพัฒนาแล้ว ในหูฟังไร้สาย ยังได้รับการพัฒนาลำโพงจนสามารถแสดงประสิทธิภาพเสียงได้จนถึงระบบ HD แสดงเสียงเบส เสียงเมโลดี้ รวมทั้งรายละเอียดเสียงร้องต่างๆได้อย่างสมบูรณ์รวมทั้งนุ่มนวล เหมาะอย่างยิ่งสำหรับในการใช้ฟังเพลงโปรดของคุณ ในขณะเดียวกันก็สามารถใช้ประโยชน์สำหรับเพื่อการฟังเสียงอื่นๆได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นเสียงที่ผ่านการอัดมา หรือเสียงพูดผ่านโทรศัพท์ ก็มีความกระจ่างแจ้ง สัมผัสรายละเอียดเสียงได้ครบ แม้ว่าจะมีเสียงก่อกวนที่มาจากสภาพแวดล้อมภายนอกก็ตาม

จากรายละเอียดที่กล่าวมาทั้งปวง จึงสามารถสรุปได้ว่า หูฟังไร้สายเป็นหูฟังที่คุณภาพเสียงดีเยี่ยมไม่มีความแตกต่างจากหูฟังมีสายที่วางขายกันทั่วๆไปเลย แถมยังเป็นหูฟังที่ให้ความสะดวกสำหรับเพื่อการใช้งานได้ยิ่งกว่า เนื่องจากไม่มีสายมาเกะกะให้รำคาญ สามารถใช้ได้ในทุกสถานที่ ทุกโอกาส จะเป็นตอนที่กำลังขับรถอยู่ ตอนกำลังปีนป่ายเขา เดินป่า หรืเยี่ยมชมสถานที่เที่ยวต่างๆที่ไม่สามารถชูหูโทรศัพท์ขึ้นมาบอกได้เวลานี้ก็ไม่ใช่ปัญหา เพียงแค่คุณกระทำการเชื่อมต่อหูฟังไร้สาย แล้วกดรับโทรศัพท์ ก็สามารถพูดโทรศัพท์ได้เลย เรียกว่าเป็นวัสดุอุปกรณ์ที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นได้มากจริงๆ

อย่างไรก็ดี สำหรับการเลือกซื้อหูฟังไร้สายมาใช้สักตัวหนึ่งนั้น คุณควรจะมีหลักการเลือกสักหน่อย เพื่อให้สามารถซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาใช้งานได้อย่างแท้จริง โดยทำได้ดังต่อไปนี้
1. อย่าเลือกหูฟังที่แพงถูกเกินไปมาใช้งาน เนื่องด้วยหูฟังชนิดนี้มักถูกสร้างขึ้นจากวัสดุที่ไม่ได้คุณภาพสักเยอะแค่ไหน ถูกลดเกรดไปเรื่อยเมื่อประยุกต์ใช้งานจริงจะใช้ได้ไม่ดี มีปัญหาแสดงเสียงไม่ละเอียดบ้าง เสียงแหลมเกินไปบ้าง หรือครั้งคราวสัญญาณ Bluetooth ก็ขาดๆหายๆและก็เมื่อใช้งานไปได้สักระยะ หูฟังไร้สายดังที่กล่าวผ่านมาแล้วก็จะกลับไปสู่บ้านเก่าไปในเวลาอันเร็วทันใจ ตอนที่หูฟังไร้สายแบบแพงขึ้นมาสักหน่อย จะเป็นหูฟังที่ใช้งานก้าวหน้า ประกอบขึ้นจากสิ่งของที่มีคุณภาพ และก็แก่การใช้งานที่นานมากกว่า หากคุณยินยอมที่จะซื้อหูฟังราคาแพงๆก็ขอชี้แนะให้ซื้อรุ่นที่มีราคาสูงขึ้นมาสักนิดสักหน่อยมาใช้งานจะดีกว่า
2. ทดลองเช็คหูฟังที่กำลังเลือกดูกรว่ามีคุณภาพการประกอบเป็นยังไง และก็ควรจะทดสอบหูฟังด้วยการต่อกับโทรศัพท์ของคุณ แล้วทดลองฟังเพลงจากในเครื่องของคุณดูด้วย หากว่าหูฟังนั้นให้คุณภาพเสียงที่ออกจะดีพอควร ก็สามารถนับว่าเป็นหูฟังที่มีคุณภาพดี สามารถซื้อไปใช้งานได้เลย แต่หากทดลองดูแล้วะพบว่าไม่ค่อยดีสักเท่าไร ก็ให้เปลี่ยนแปลงรุ่นไปเลย เพื่อให้ได้สินค้าที่ตรงตามความอยากได้อย่างแท้จริง ไมมีปัญหาใดตามมาคราวหลังจนถึงชวนให้เสียอารมณ์เปล่าๆ

Website: บทความหูฟังไร้สาย: www.dotlife.store

12
การออกจากบ้านที่แสนอบอุ่น ไปอยู่ด้วยตัวผู้เดียวภายในหอ แน่นอนที่สุดว่าเราต้องขนเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายสิ่งหลายอย่างไปด้วย ทั้งพัดลม โทรทัศน์ และก็ตู้แช่เย็น โดยเฉพาะตู้แช่เย็น นับว่าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องที่สุดสำหรับหอ เนื่องจากถ้าเราไม่มีตู้แช่เย็นไปไว้ใช้เลย ก็จะไม่อาจจะรักษาอาหารอะไรไว้ได้เลย ยิ่งในหอพักที่พวกเราจะไม่อาจจะอุ่นอาหาร ประกอบอาหารได้สะดวกเหมือนตอนอยู่บ้าน หากว่าไม่มีตู้เย็นไปไว้ช่วยรักษาอาหาร สุดท้ายเราก็ต้องคอยซื้ออาหารมารับประทานใหม่กันทุกมื้อ ซึ่งเกิดเรื่องที่สิ้นเปลืองมากมาย

เพราะว่าในหอพักมีพื้นที่ออกจะจำกัด ตู้แช่เย็นที่เราจะขนไปใช้ได้ก็เลยมีตัวเลือกไม่มากสักเท่าไรนัก สำคัญๆก็จะมีแค่ตู้เย็น 1 ประตู กับตู้เย็น 2 ประตูแค่นั้น เพราะเหตุว่าน่าจะไม่มีผู้ใดขนตู้แช่เย็นแบบ side by side หรือตู้แช่เหล้าองุ่นไปไว้ใช้ในหอแน่นอน สำหรับคุณที่กำลังมองหาตู้แช่เย็นสักใบไปไว้ใช้ในหออยู่ บางครั้งก็อาจจะกำลังคิดอยู่ว่าจะใช้ตู้เย็น 1 ประตู หรือ 2 ประตูดี ในบทความนี้เราจะมาหาคำตอบกัน

ก่อนอื่น การเข้าพักในหอ สาเหตุหนึ่งที่คุณจะต้องตรึกตรองรวมทั้งจำใส่ใจเสมอ ก็คือต้นสายปลายเหตุเรื่องค่าไฟ อย่าคิดไปนะว่าค่าไฟฟ้าในหอพักจะมีมูลค่าเท่ากับค่าไฟอย่างที่เราใช้กันในบ้านตามเดิม เปรียบเทียบกล้วยๆถ้าหากค่าไฟฟ้าที่คุณใช้ในบ้านอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันอยู่ที่หน่วยละ 3 บาท ค่าไฟฟ้าในหอพัก จะมีมูลค่าสูงมากขึ้นไปอยู่ที่หน่วยละ 7 บาท ดังต่อไปนี้เป็นต้น หากว่าคุณนำเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่กินไฟไม่น้อยเลยทีเดียวไปใช้ในหอ ค่าไฟฟ้าได้โอฬารแน่ๆเมื่อกลับมาตรึกตรองที่ตู้เย็น โดยปกติ ตู้เย็น1ประตู มักมีอัตราการกินไฟต่ำกว่าตู้เย็นแบบ 2 ประตูอย่างชัดเจน เนื่องมาจากมีขนาดไม่ใหญ่มาก ก็เลยใช้พลังงานน้อย ฉะนั้นถ้าเกิดใคร่ครวญเพียงแค่เหตุเรื่องค่าไฟ จะเห็นได้ว่าตู้เย็น 1 ประตู บินกับการลำเลียงไปใช้ในหอมากยิ่งกว่าตู้แช่เย็นแบบ 2 ประตู ที่กินไฟมากยิ่งกว่าจริงๆ

เมื่ออ่านมาถึงที่ตรงนี้ คุณอาจจะสงสัยว่า มีแค่เรื่องค่าไฟแค่นั้นหรือที่ทำให้ตู้เย็น 1 ประตู เหมาะกับหอ หากว่าตัวคุณเองมีเงินมากพอที่จะจ่ายค่าไฟ มาใช้ตู้เย็น 2 ประตู ก็คงจะไม่มีปัญหาใช่ไหม ถ้าหากคุณเป็นคนๆหนึ่งที่กำลังคิดแบบงี้อยู่ ขอบอกว่าอย่าเพิ่งจะรีบตกลงใจ เพราะเหตุว่ายังมีอีกหลายเหตุผล ที่ชี้ว่าตู้แช่เย็นแบบ 1 ประตู เหมาะสมกับหอพักมากยิ่งกว่าจริงๆส่วนจะมีอะไรบ้าง พวกเราจะเอามาให้คุณได้มองกัน ดังต่อไปนี้
1. ตู้เย็นหนึ่งประตู มีขนาดของตู้เล็กกว่าตู้เย็นแบบ 2 ประตูค่อนข้างจะมากมาย แถมยังมีความสูงน้อยกว่าด้วย คุณสามารถเขยื้อนย้านไปใช้ได้ในทุกหอ ไม่ว่าหอของคุณจะมีห้องขนาดแคบเล็ก หรือมีประตูที่เตี้ยสักเท่าไรก็ตาม ก็หมดห่วงไปได้เลยว่าจะนำตู้แช่เย็นไปตั้งได้หรือเปล่า และก็เนื่องจากว่ามีขนาดค่อนข้างเล็ก ทำให้ไม่รับประทานพื้นที่ใช้สอยในหอของคุณมากเท่าไรนัก คุณจะยังเหลือพื้นที่ในห้องของคุณไว้ใช้ตั้งวางของ หรือจัดเป็นมุมสวยๆสำหรับนั่งดำเนินการได้อีกเยอะ
2. ตู้เย็น 1 ประตู เป็นตู้ที่ไม่มีฟังก์ชั่นล้ำยุคอะไรมากมายก่ายกอง มีเพียงชั้นวางสำหรับแช่ของ ช่องฟรีซ ช่องใส่ขวดน้ำแค่นั้น คุณจึงไม่จำเป็นที่ต้องคอยรักษาตู้มากมายเลย หน้าที่ของคุณมีแค่นำของกิน หรือเครื่องดื่มที่อาจจะบูด เสีย ใส่ตู้แช่เย็นไว้ให้ไม่มีอันตราย กับคอยละลายน้ำแข็ง แล้วก็หมั่นทำความสะอาดตู้ไม่ให้มีคราบเปื้อนเลอะเทอะซึ่งมีความสกปรก และก็ขยะเข้าไปสะสมแค่นั้นก็พอแล้ว ไม่ต้องรอไล่น้ำ กำจัดตะกรัน ราวกับตู้เย็นที่ฟังก์ชั่นจัดเต็ม นอกเหนือจากนี้ การที่มีฟังก์ชั่นน้อย ทำให้ใช้กระแสไฟฟ้าสำหรับในการหล่อเลี้ยงน้อยกว่า แล้วก็นำไปสู่เรื่องต้นเหตุค่าไฟตามที่กล่าวไว้ข้างต้นด้วยว่า ตู้เย็น 1 ประตู กินไฟน้อยกว่าตู้เย็น 2 ประตูจริงๆ
3. ตู้เย็น 1 ประตู มีน้ำหนักเบากว่าตู้แช่เย็นแบบ 2 ประตูมาก ใช้คนแค่เพียง 2 คน ก็สามารถโยกย้ายได้ และไม่นำมาซึ่งความยากลำบากยามที่จะต้องย้ายขึ้นหอที่อยู่ชั้นสูงๆหรือหอพักที่ไม่มีลิฟท์ จะต้องขึ้นบันไดสถานเดียว

เห็นไหมว่า ตู้เย็น 1 ประตู เหมาะสมกับหอมากจริงๆคนไหนที่กำลังรู้สึกว่าจะย้ายไปอยู่หอพักในเร็วๆนี้ เราขอชี้แนะให้ใช้ตู้เย็น 1 ประตูเลย ดียิ่งกว่าแน่นอน
ส่วนการดูแลรักษาตู้เย็น 1 ประตู ให้มีความสะอาด พร้อมใช้งาน แล้วก็มีคงทนถาวรอยู่เสมอ ใช้งานในหอได้นาน สามารถทำได้ดังต่อไปนี้
1. เมื่อตู้เย็นเริ่มว่างลง ไม่ค่อยมีของกินมาใส่แล้ว ควรจะใช้ช่องทางนั้นกระทำขัดทำความสะอาดตู้แช่เย็นซะ เก็บกวาดเศษอาหาร อาหารเก่า และก็ขยะต่างๆที่หมักอยู่ในตู้เย็นออกไปทิ้งให้หมด หลังจากนั้นถูทำความสะอาดบริเวณที่มีคราบด้วยผ้าสะอาดชุบน้ำกิน อย่าปลดปล่อยจนตราบเท่าตู้เย็นมีกลิ่น หรือมีเชื้อราดำขึ้น เพราะเหตุว่าจะส่งผลต่อของกินที่จะนำไปแช่ครั้งต่อมา
2. ถ้าพบว่าน้ำแข็งในช่องฟรีซเริ่มเกาะดกขึ้น ควรกดปุ่มละลายน้ำแข็ง หรืออีกแนวทางหนึ่งคือกระทำ OFF ตู้แช่เย็น ดึงปลั๊กไฟออก แล้วเปิดประตูตู้เย็นแง้มไว้ เพื่อน้ำแข็งละลายกระทั่งหมด ระหว่างนี้คุณจำต้องหมั่นดึงถาดรับน้ำของตู้แช่เย็นออก นำน้ำไปเททิ้ง แล้วใส่ถาดกลับเข้าไปใหม่อยู่เป็นประจำ จนกระทั่งเมื่อน้ำแข็งละลายหมดแล้ว ค่อยทำความสะอาดให้เป็นระเบียบเรียบร้อยต่อไป แนะนำให้ทำช่วงที่ไม่มีของกินแช่อยู่ในตู้เย็น หรือเหลือแค่อาหารที่เก็บได้นานแล้ว

แหล่งที่มา บทความตู้เย็น 1 ประตู: Index

13
ในช่วงปัจจุบันที่ผู้คนอยากความสบายสบายสำหรับการดำรงชีวิต เครื่องใช้ไฟฟ้า นับว่าเป็นเครื่องใช้ที่เข้ามามีหน้าที่ในชีวิตประจำวันของคนเรามากมายอย่างยิ่ง
เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีการวางขายอยู่ตามร้านค้า รวมทั้งแหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่างๆนั้น เดี๋ยวนี้มีอยู่นานาประการแบรนด์ ตั้งแต่ยี่ห้อดังๆมีชื่อเสียงของผู้ใช้โดยปกติ ไปจนถึงยี่ห้อแปลกๆที่ไม่ค่อยชินหูมากนัก ซึ่งราคาของอุปกรณ์ไฟฟ้าก็จะแปรผันตามแบรนด์ของมันด้วย โดยธรรมดา เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ยี่ห้อดังๆมักมีราคาออกจะสูง ขณะที่เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์แบรนด์แปลกๆราคามักจะถูก อาจจะถูกกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์แบรนด์ดังถึงครึ่งหนึ่งอย่างยิ่งจริงๆ โดยเหตุนี้ คนอีกจำนวนไม่น้อยก็เลยหันไปซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าราคาถูกมาไว้ใช้ในบ้าน แทนที่จะจะต้องเสียตังค์มากมายเพื่อซื้อผลิตภัณฑ์ราคาแพง แม้กระนั้น จะต้องขอบอกเลยว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ เป็นสิ่งของที่คุณภาพเปลี่ยนตามราคา มีหลายคนที่ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ราคาไม่แพงไปใช้งาน ก่อนที่จะพบว่าเป็ฯผลิตภัณฑ์ที่มิได้ประสิทธิภาพ ใช้งานไปได้ไม่นานเท่าไรก็พังทลาย เปิดไม่ติดแล้ว ซ้ำร้ายยิ่งไปกว่านั้น บางคนจะต้องเจอกับอันตรายจากเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์คุณภาพไม่ดีนั้นอีก ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์จากแบรนด์ดังที่ราคาแพงแพง หลายท่านซื้อไปและจากนั้นก็พบว่าใช้งานเจริญ ไม่มีปัญหาตามมา ดังนี้ เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ราคาแพงแพง ก็ไม่ใช่ว่าจะมีคุณภาพดีไปเสียทั้งปวง ในเวลาเดียวกัน เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ราคาถูกก็ไม่ใช่ว่าจะด้อยประสิทธิภาพไปเสียทั้งปวงด้วยเหมือนกัน ด้วยเหตุนั้นในเนื้อหานี้ เราจะมาดูกันว่า แม้อยากได้เลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาใช้งาน ต้องดูที่อะไรบ้าง
1. คุณภาพของอุปกรณ์ที่มองเห็นได้จากด้านนอก ส่วนนี้เราสามารถตรวจเช็คได้โดยทันที แนวทางการเป็นทดลองดูภาวะภายนอกของเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นนั้นดูก่อนว่าใช้อุปกรณ์อะไรมาประกอบ หากอุปกรณ์ที่ใช้ด้านนอกเป็นสแตนเลส โลหะ หรือพลาสติกคุณภาพดี เราก็สามารถเก็บเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ชิ้นนั้นไว้เป็นตัวเลือกได้ แต่ว่าหากเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นใดที่ใช้อุปกรณ์ประกอบข้างนอกไม่ค่อยดีมากแค่ไหน ตัวอย่างเช่น พลาสติกคุณภาพไม่ดี โลหะบางๆพวกเราก็บางทีอาจจะอนุมานได้ว่าชิ้นส่วนด้านในบางทีก็อาจจะไม่ดี สามารถตัดเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ชิ้นนั้นออกจากตัวเลือกได้ สำหรับข้อนี้ หลายๆคนบางทีก็อาจจะมองว่าดูเพียงแค่สิ่งของจากข้างนอกได้ใช่หรือ เป็นไปไม่ได้เลยหรือที่เครื่องใช้ไฟฟ้าที่อุปกรณ์ข้างนอกมีคุณภาพต่ำ แม้กระนั้นองค์ประกอบข้างในอาจจะมีคุณภาพก็ได้ ขอตอบเลยว่า จากข้อมูลของผู้ใช้ตามกระดานข่าวสารต่างๆพบว่าอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้อุปกรณ์คุณภาพแย่ประกอบข้างนอก มักจะเสียเมื่อใช้ไปได้ไม่นาน ด้วยเหตุผลดังกล่าวขอให้คิดไว้ก่อนเลยว่า ขนาดสิ่งของประกอบภายนอกยังไม่ดี แล้วส่วนประกอบข้างในจะดีได้เช่นไร ขอให้เลี่ยงเสีย
2. สายไฟที่ใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นๆควรเป็นสายไฟที่มีขนาดเหมาะสมกับกระแสไฟที่เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์นั้นอยากได้ ยิ่งถ้าเกิดเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ชนิดทำความร้อน อาทิเช่น หม้อหุงข้าว กระติกสำหรับใส่น้ำร้อน เตาปิ้ง ควรที่จะเลือกรุ่นที่มีสายไฟขนาดใหญ่พอ เพราะเหตุว่าหากว่าพวกเรานำเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่สายไฟไม่ใหญ่พอที่จะรับกระแสได้ เมื่อใช้งานไปได้สักระยะ จะกำเนิดความร้อนขึ้นที่สายไฟ แล้วก็ถ้าหากใช้เป็นระยะเวลาที่ยาวนานๆจะนำมาซึ่งการทำให้สายไฟละลาย หรือกำเนิดไฟลุกขึ้นได้ ด้วยเหตุนั้นในการเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ควรเลือกรุ่นที่ใช้สายไฟเหมาะสมกับความจำเป็นไฟฟ้าของอุปกรณ์ไฟฟ้าประเภทนั้นๆ
3. ราคา ดังที่กล่าวไปในข้างต้นว่า ราคานับว่าเป็นสาเหตุอย่างหนึ่งที่ชีวัดคุณภาพสินค้าได้อย่างดีเยี่ยม โดยแม้เราอยากได้ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีคุณภาพ ก็ไม่ควรซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีราคาถูกเกินไป โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องใช้ไฟมาก หรือต้องใช้งานตลอดวัน หรือหากว่าพวกเราขาดเงินมากพอจะซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ราคาแพงได้ ก็บางทีอาจเลือกรุ่นที่แพงถูกลงมา แม้กระนั้นจำต้องไม่ถูกเกินความจำเป็น
4. ข้อคิดเห็นจากผู้ที่เคยใช้ ส่วนนี้จัดว่าสำคัญ เนื่องจากประสบการณ์ของผู้ที่เคยใช้จะเป็นตัวชี้ได้อย่างยอดเยี่ยมว่า เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ยี่ห้อนั้นมีคุณภาพหรือเปล่า โดยควรเลือกซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีเสียงตอบรับจากผู้ใช้จำนวนมากว่าใช้ดี ทน ไม่มีปัญหา ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าจากยี่ห้อที่ได้รับเสียงตอบรับว่าห่วยแตก ใช้งานไม่ดี เสียง่าย ก็ควรจะหลบหลีกไม่ซื้อมาใช้งาน สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ค่อยมีใครกันแน่เอ๋ยถึงสักเยอะแค่ไหน ก็เป็นผลิตภัณฑ์ที่ควรจะเลี่ยงไม่ซื้อมาใช้งานด้วยเหมือนกัน เพราะมีความน่าจะเป็นว่าเครื่องใช้ไฟฟ้ายี่ห้อนั้นอาจมีคุณภาพี่ไม่ดี จึงไม่ค่อยถูกซื้อไปใช้งานเท่าไรนัก
5. อย่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าจากแรงเชียร์ของพนักงานที่ทำหน้าที่ในการขาย หลายท่านที่ได้หาข้อมูลไว้แล้ว แล้วก็ตกลงใจแล้วว่าจะซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์จากยี่ห้อหนึ่งที่ตนคิดไว้ มักจะพลาดตอนมาซื้อที่ห้างจริงๆเพราะพนักงานที่ทำหน้าที่ในการขายจะเชียร์ยี่ห้อที่ตนขายอยู่ตลอดระยะเวลา บางครั้งก็กล่าวว่าผลิตภัณฑ์จากยี่ห้อที่เราเล็งไว้อยู่นั้นไม่ดี อย่าไปซื้อ ลงท้ายก็จบที่พวกเราเผลอซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าที่บุคลากรเชียร์ขาย ก่อนจะจะต้องมาพบว่าสิ่งที่ตนซื้อมานั้นไม่มีประสิทธิภาพ โดยเหตุนี้ เมื่อไปซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ตามห้าง ขอให้ใจแข็งเข้าไว้ อย่าเผลอหลงคารมบุคลากรอย่างเด็ดขาด

การจะเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ได้ของที่มีคุณภาพมานั้น หลักๆก็ต้องดูที่ 5 ข้อดังที่กล่าวถึงแล้วมานี้ ยืนยันว่าท่านจะสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาได้อย่างไม่ต้องสงสัย แม้กระนั้นสำหรับม่าม้าบ้านบางคน อาจจะมีความวิตกกังวลอยู่ว่าตนมองอะไรไม่เป็นสักอย่าง แม้กระทั้งอุปกรณ์ข้างนอกก็ยังไม่สามารถที่จะแยกได้ หากเป็นแบบนี้ ก็ขอให้ท่านเลือกซื้อเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ยี่ห้อดีๆราคาพอควรเป็นหลัก แล้วท่านจะได้สินค้าที่มีความคงทน ตรงตามความปรารถนาเลย

ที่มา บทความเครื่องใช้ไฟฟ้า: www.indexlivingmall.com

14
พัดลม เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ประเภทหนึ่งที่อยูคู่กับสังคมไทยมาเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน แฃะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ทุกบ้านจะต้องมีเนื่องมาจากเมืองไทยเป็นเมืองที่มีอากาศร้อน ถ้าเกิดไม่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์อะไรสักอย่างที่พอจะคลายร้อนได้บ้าง คงไม่มีวันพักอาศัยในบ้านได้อย่างเป็นสุขแน่

ตอนนี้ พัดลมแปลงเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้รับการพัฒนาให้ออกมาหลายต้นแบบ รองรับทุกรูปแบบการใช้งาน อีกทั้งพัดลมตั้งโต๊ะ พัดลมตั้งพื้นพัดลมติดผนัง พัดลมติดเพดาน พัดลมโคจร แล้วก็ฯลฯ ในบรรดารูปแบบพัดลมกลุ่มนี้ พัดลมตั้งโต๊ะ ดูจะเป็นแบบยอดนิยมเพื่อการใช้งานเยอะที่สุด เนื่องมาจากมีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายง่าย ดัดแปลงงานได้มากมาย จะพัดในที่ต่ำก็ได้ หรือจะนำไปใช้พัดในที่สูงก็แค่หาโต๊ะหรือเก้าอี้มาต่อแค่นั้นไม่เหมือนพัดลมตั้งพื้นหรือพัดลมโคจร ที่ใช้งานได้ไม่หลากหลายนัก แถมยังย้ายที่ตรากตรำมากอีกด้วยหลายบริษัทมองเห็นถึงความจำเป็นของมนุษย์ที่มีต่อพัดลมตั้งโต๊ะ จึงได้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์จำพวกนี้ออกมาขายบนตลาดกันแบบแออัด อย่างที่เราจะมีความเห็นว่าในห้าง และร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ มีทั้งพัดลม ตั้งโต๊ะแบรนด์เนม และก็พัดลมโนเนมมาให้ได้เลือกกัน แต่ว่าถามคำถามว่าหากเราจำเป็นต้องไปซื้อพัดลมจำพวกนี้มาใช้ในบ้านตนเอง จะเลือกพัดลมแบรนด์เนมหรือโนเนมดีละ วันนี้เราจะมาหาคำตอบกัน

ตอนแรก ขอเชิญชวนทุกคนไปทำความเข้าใจกับนิยามของพัดลมแบรนด์เนม กับพัดลมโนเนมก่อน พัดมแบรนด์เนม คือ พัดลมตั้งโต๊ะ ที่มีแบรนด์อันเป็นที่รู้จักทั่วๆไป กล่าวชื่อขึ้นมาเวลาใด ไม่มีใครที่ไม่เคยรู้ ดังเช่น พัดลม Mitsubishi Toshiba Hitachi Panasonic Hatari อะไรทำนองนี้ ส่วนพัดลมโนเนม คือพัดลมที่ผลิตออกมาแบบไม่มียี่ห้อติด หรือถึงจะมียี่ห้อ เวลากล่าวชื่อขึ้นมา คนจำนวนไม่น้อยจะเกิดรีแอคว่า มีพัดลมยี่ห้อนี้อยู่บนโลกด้วยหรือ นี่ยังรวมถึงพัดลมที่ผลิตมานาน แต่คนไม่ค่อยรู้จัก ก็ถือว่าเป็นพัดลมแบบโนเนมด้วย

สิ่งที่แตกต่างที่เห็นได้ชัดระหว่างพัดลม ตั้งโต๊ะแบรนด์เนม กับพัดลมตั้งโต๊ะโนเนม ก็คือ ราคา เป็นที่รู้กันว่าพัดลมตั้งโต๊ะแบบแบรนด์เนมราคาจะสูงมากมาย บางแบรนด์ราคาพุ่งไปถึงหลักพันในขณะที่เป็นเพียงแค่พัดลมตัวเล็กๆส่วนถ้าเป็นพัดลมโนเนม ราคาจะต่ำมากถึงเยอะที่สุด บางตัวใช้แบงค์ร้อยแค่ใบเดียวก็ซื้อหามาเป็นเจ้าของได้แล้ว ปริศนาคือเพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น แล้วถ้าหากพวกเราอยากได้พัดลมมาใช้สักตัวจริงๆไปซื้อพัดลมโนเนมมาใช้ไม่ดีกว่าหรือ พัดได้เหมือนกัน แถมไม่สิ้นเปลืองด้วย ข้อนี้จะขอตอบเลยว่า ที่พัดลมแบรนด์เนมกับพัดลมโนเนมไม่เหมือนกันเพราะมีต้นสายปลายเหตุ 2 อย่าง ดังนี้
1. สิ่งของที่ใช้ โดยธรรมดาพัดลมแบรนด์เนมชอบใช้วัสดุที่มีคุณภาพกว่า สร้างขึ้นมาจากบริษัทแม่ที่มีการควบคุมประสิทธิภาพอยู่เป็นประจำ มีการทดลองคุณภาพชิ้นส่วนแต่ละชิ้น เนื่องจากว่าเป็นส่วนประกอบผลิตเอง ทำให้มีต้นทุนสูง แต่ในขณะเดียวกันองค์ประกอบก็จะมีความคงทน ใช้งานได้ดีกว่าด้วย มีรอบการหมุนดี ให้ลมแรง ขณะที่พัดลมโนเนม มักจะใช้สิ่งของที่ว่าจ้างผลิตจากโรงงานที่มีกำลังการผลิตสูง เมื่อกำลังการผลิตสูง ก็เท่ากับว่าจำต้องรีบเร่งผลิต ไม่ว่างมาพิจารณาคุณภาพ ผลิตเสร็จก็ส่งออกในราคาถูก แล้วบริษัทผู้ผลิตก็จะเอามาประกอบเองต่อ พร้อมตีตราแบรนด์ตัวเอง บางแบรนด์ยิ่งหนัก คือให้บริษัทที่มีกำลังการผลิตประกอบให้ตัวเองด้วยเลย และก็รับมาแค่ตีตราเพียงแค่นั้น เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็เลยทำให้พัดลมโนเนมมีต้นทุนการผลิตถูกมาก ราคาขายก็เลยต่ำตามไปด้วย แต่ถึงจะราคาไม่แพง มันก็แลกมาด้วยสภาพชิ้นส่วนที่ไม่มีคุณภาพสักเท่าไหร่ ใช้ได้ไม่ทน หมุนแล้วไม่ค่อยมีลมออกมา และก็ถ้าหากใช้ผ่านไปแค่ 4-5 เดือนก็เริ่มมีปัญหาแล้ว อย่างหมุนช้าลง หรือบางครั้งก็ไม่หมุนเลย
2. คุณภาพการประกอบ พัดลมแบรนด์เนมส่วนใหญ่จะมีคุณภาพการประกอบที่ดี มีโครงแข็งแรง ยึดองค์ประกอบต่างๆดี เพราะว่าผลิตเอง และก็มีการควบคุมคุณภาพการประกอบอยู่เสมอ ทำให้ใช้งานได้นาน ไม่ค่อยเจอปัญหาตามมา ในระหว่างที่พัดลมตั้งโต๊ะโนเนมราคาไม่แพงๆมักไม่ค่อยให้ความเอาใจใส่กับคุณภาพการประกอบ บางเครื่องนี่เห็นได้ชัดเลยว่าชิ้นส่วนบางชิ้นยึดไม่แน่น พอเพียงเอามาใช้ก็เกิดปัญหาอย่างสั่น เสียงดัง รวมทั้งจะลาโลกนี้ไปในเวลาไม่ถึงปี พร้อมกับประสิทธิภาพพลาสติกโครงที่เป็นของคุณภาพต่ำ ติดไฟง่าย มอเตอร์ไหม้คราวไฟก็ลุกในเวลาไม่ถึง 10 นาที แปลงเป็นชนวนของอัคคีภัยกันไปอีก จากรายละเอียดที่ว่ามานี้ คุณนักอ่านอาจจะเพียงพอจะเลือกกันได้แล้วว่าจะเอาพัดลมตั้งโต๊ะแบบแบรนด์เนม หรือจะเลือกของโนเนมราคาไม่แพงๆไปใช้ที่บ้าน อย่าซื้อแบบมองแค่ราคาสิ่งเดียว เพราะเหตุว่าถึงแม้ว่าจะคุณได้พัดลมราคาไม่แพงมาใช้งาน แม้กระนั้นเมื่อใช้ไปแล้วพังจำต้องเปลี่ยนแปลงใหม่ก็เท่ากับว่าจะต้องเสียตังค์ 2 ต่อ สู้ซื้อพัดลมที่คุณภาพดี แม้จะราคาสูงหน่อย แต่ว่าไม่ต้องรอเปลี่ยนแปลงใหม่ 4-5 ปีก็อยู่ได้สบาย อย่างงี้สิถึงจะเรียกว่าคุ้มของจริง

Source: บทความพัดลมตั้งโต๊ะ: Index Living Mall

15
ในระยะเวลายามเช้า หรืออาจจะยามเช้ามากสำหรับใครซักคน การมีนาฬิกาปลุกไว้ช่วยปลุก ก็น่าจะเกิดเรื่องที่จำเป็นต้องประเภทต้องมีให้ได้กันอย่างยิ่งจริงๆ

คุณคงทราบดีอยู่แล้วว่า นาฬิกาปลุกที่วางจำหน่ายอยู่บนตลาดในขณะนี้นั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด อาทิเช่น นาฬิกาปลุกแบบดิจิทัลที่แสดงหน้าปัดเป็นตัวเลข และนาฬิกาปลุกแบบเข็ม แต่ว่าคุณอาจจะไม่รู้เรื่องว่าที่จริงแล้ว หากต้องการจะเลือกนาฬิกาปลุกแบบใดสักแบบหนึ่ง จะต้องดูที่อะไรบ้าง บางครั้งบางคราวเมื่อไปห้าง คุณก็เลือกเฉพาะนาฬิกาเรือนที่ตนเองชอบใจ พอนำกลับมาใช้ที่บ้านก็พบว่าใช้งานได้ไม่ดี ไม่ตรงตามความต้องการสักเท่าไร เมื่ออ่านมาถึงนี้ คุณคงจะกำเนิดความข้องใจขึ้นมาบ้างแล้วว่า ถ้าหากว่าเป็นอย่างนั้นพวกเราควรซื้อนาฬิกาปลุกแบบไหนดี วันนี้เรามีคำตอบมาฝาก

เมื่อก่อนที่จะไปเปรียบกันว่านาฬิกาแบบไหนดีมากกว่ากัน เราจำเป็นที่จะต้องเข้าใจก่อนว่านาฬิกาแต่ละเรือนนมีลักษณะอย่างไร เริ่มจากนาฬิกาปลุกแบบดิจิทัลก่อน นาฬิกาปลุกรุ่นนี้มีเอกลักษณ์คือการแสดงผลหน้าปัดเป็นตัวเลข เจาะจงชั่วโมง นาที และก็วินาทีอย่างประณีต ในนาฬิกาปลุกดิจิทัลบางรุ่น ยังมีการบอกจำนวนอุณหภูมิในตอนนั้นอีกด้วย ข้อดีของนาฬิกาปลุกรุ่นนี้คือบอกเวลาได้ละเอียด คุณสามารถทราบได้ทันทีว่าปัจจุบันนี้เป็นเวลาชั่วโมง กี่นาที แล้วก็กี่วินาทีแล้ว ส่วนข้อเสียของนาฬิกาปลุกรุ่นนี้คือ ด้วยความเป็นนาฬิกาแสดงตัวเลข ทำให้เมื่อถึงเวลาเวลากลางคืนที่ปิดไฟมืดหมดแล้ว คุณจะไม่อาจจะเห็นเลขเวลาได้ ผู้ผลิตหลายรายได้เห็นถึงจุดอ่อนส่วนนี้ ก็เลยได้เพิ่มฟังก์ชั่นสำหรับเปิดไฟสะท้อนแสงที่หน้าปัดนาฬิกา โดยเมื่อกดปุ่ม คุณจะสามารถเห็นตัวเลขเวลาได้ ปัญหานี้ก็จะน้อยลง แม้กระนั้นในนาฬิกาดิจิทัลรุ่นต่ำๆจะยังไม่มีฟังก์ชั่นส่วนนี้ นอกเหนือจากนี้ ยังมีผู้สร้างบางรายที่คิดทำให้นาฬิกาปลุกดิจิทัลของตัวเองมีตัวเลขเรืองแสงอยู่ตลอดระยะเวลา ก็จะช่วยให้แลเห็นในที่มืดได้กระจ่างดียิ่งขึ้น แม้กระนั้นก็ตามมาด้วยปัญหาแสงสว่างจากจำนวนบนนาฬิการบกวนคุณตลอดเวลา ทำให้ไม่อาจจะนอนได้สนิท จำเป็นต้องย้ายนาฬิกาไปไว้ห้องอื่น เปลี่ยนเป็นข้อบกพร่องขึ้นมาอีกอย่างหนึ่ง

ส่วนนาฬิกาปลุกแบบเข็ม เป็นนาฬิการูปแบบเริ่มแรกที่อยู่คู่กับเมืองไทยเรามานานแล้ว เอกลักษณ์ของนาฬิการุ่นนี้ก็คือ ประกอบด้วยเข็มสั้น เข็มยาว และเข็มวินาทีบนหน้าปัด เข็มอีกทั้ง 3 จะเคลื่อนไปเรื่อยๆตรงเวลาที่ผ่านไป เนื่องจากว่าเป็นนาฬิกาเข็ม ทำให้การบอกเวลาอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีความละเอียดน้อยกว่านาฬิกาแบบดิจิทัลอยู่หน่อยหนึ่ง คุณอาจจะไม่สามารถที่จะมองเวลาจากนาฬิกาแบบเข็ม แล้วบอกได้ละเอียดหมดเลยว่าเดี๋ยวนี้กี่ชั่วโมง กี่นาที กี่วินาที แต่ก็พอที่จะบอกเวลาแบบอย่างคร่าวๆได้อยู่ว่าปัจจุบันนี้ตรงเวลากี่โมง กี่นาที นอกนั้น นาฬิกาแบบเข็มยังเป็นนาฬิกาที่ไม่ค่อยมีฟังก์ชั่นจัดเต็มเหมือนอย่างนาฬิกาปลุกแบบดิจิทัลสักเท่าไรนัก ยิ่งบางรุ่น คุณอาจจะสามารถใช้งานได้แค่เพียงมองเวลาสิ่งเดียว ดูอย่างกับว่าเป็นจุดบกพร่อง แต่ว่าจริงๆก็นับว่าเป็นข้อดีสำหรับผู้ที่ไม่ได้อยากต้องการนาฬิกาที่ใช้งานยุ่งยากมาก บอกเวลาได้ก็พอแล้ว ด้วยเหตุว่าบางโอกาสซื้อนาฬิกาปลุกแบบดิจิทัลมา ก็จะต้องเจอกับตัวเลขที่จำนวนมากเต็มไปหมด ดูแทบจะไม่รู้เรื่องว่าเลขไหนคือเวลา หรือเลขไหนเป็นอย่างไร คุณจะไม่พบปัญหานี้ในนาฬิกาปลุกดิจิทัล

จะเห็นได้ว่า ข้อดีของนาฬิกาปลุกทั้ง 2 อย่างนี้ ก็มีความต่างกันไป ขึ้นอยู่กับแบบแล้วก็ฟังก์ชั่นการใช้งาน ต่อไปนี้กลับมาไปสู่คำถามที่ว่า ถ้าเกิดต้องการจะได้นาฬิกาปลุกสักเรือนละ จะเลือกแบบไหนดี เนื่องจากว่านาฬิกาอีกทั้ง 2 แบบ ต่างก็มีลักษณะเด่นแตกต่างกัน ทำให้บางทีอาจบอกแบบพิจารณาไปเลยมิได้โดยทันทีว่าซื้อเรือนไหนดีมากยิ่งกว่า ถ้าจะเลือกให้ได้ดิบได้ดีที่สุด คุณจะต้องตรึกตรองสาเหตุดังนี้
1. ความจำเป็นสำหรับในการใช้งาน ถ้าหากว่าอยากได้นาฬิกาปลุกจำพวกที่ว่า ซื้อมาเพียงแค่เรือนเดียว ก็ดูได้ทุกสิ่ง ไม่จำกัดเฉพาะเวลา นาฬิกาดิจิทัล น่าจะตอบสนองความต้องการของคุณได้ดิบได้ดีที่สุด เนื่องจากแสดงผลทุกสิ่งทุกอย่าง อุณหภูมิ ลักษณะอากาศ วันที่ และฯลฯ แต่ว่าถ้าหากคุณซื้อนาฬิกาปลุกมาเนื่องจากว่ามีความรู้สึกว่าจะใช้ปลุกจริงๆมิได้อยากฟังก์ชั่นที่จัดเต็มจนถึงเชื้อเชิญงงเต็ก ใช้งานไม่ถูก ก็ขอแนะนำว่าแบบเข็มก็เพียงพอต่อความต้องการแล้ว
2. คุณสมบัติเฉพาะตัวของนาฬิการุ่นนั้นๆอย่างเช่น นาฬิกาบางรุ่นมีฟังก์ชั่นเรืองแสงในตัวเอง มีหน้าปัดพรายน้ำ หากว่าคุณมีความคิดว่าการนำนาฬิกาที่มีแสงในตัวเองมาตั้งในห้องนอน เป็นการก่อกวนการนอนของคุณ ทำให้นอนไม่หลับ หรือไม่ก็กระตุ้นให้เกิดความหลอนเหมือนกับมีคนใดมายืนอยู่ในห้อง ก็ไม่ควรซื้อเรือนนั้น หันไปซื้อนาฬิกาปกติที่ไม่มีแสงในตัวเองจะดียิ่งกว่า เป็นต้น
3. ไม่ใช่ว่า นาฬิกาปลุกทุกรุ่นจะมีเสียงปลุกที่เท่ากัน บางรุ่นเสียงปลุกเบามาก แทบจะมิได้ยิน ต่อให้ปลุกก็ราวกับมิได้ปลุก หรือบางรุ่นก็มีเสียงปลุกที่สั่นประสาท ชักชวนให้ปวดศรีษะยามตื่นนอนทุกครั้ง เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาปลุกแบบดิจิทัล หรือนาฬิกาปลุกแบบเข็มก็ตาม คุณต้องให้ความสำคัญกับการเลือกเสียงปลุกด้วย ก่อนที่จะคิดที่จะตัดสินใจซื้อ คุณควรลองทดสอบเสียงปลุกดูสักนิดว่าเป็นยังไง แล้วเลือกรุ่นที่คุณรู้สึกว่าชอบเสียงปลุกของมันสูงที่สุด
นาฬิกาปลุก นับว่าเป็นวัสดุอุปกรณ์ชิ้นสำคัญที่ช่วยให้คุณตื่นมารับวันใหม่ได้อย่างผ่องใส โดยเหตุนั้นคุณควรเลือกให้ถูก เพื่อช่วยส่งเสริมการหลับแล้วก็การตื่นนอนอย่างแท้จริง

เครดิตบทความ บทความนาฬิกาปลุก: Index

หน้า: [1] 2 3 ... 15