แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 ... 15
1
การทำความสะอาด ไม่ว่าจะเป็นการดูดฝุ่น ล้างจาน เช็ดหน้าต่าง แน่นอนว่า เป็นงานที่คุณทำเพื่อให้บ้านของคุณสะอาด ขจัดเชื้อโรค และสิ่งสกปรก ให้คนในบ้านมีอนามัยที่ดี

แต่ทราบหรือไม่ว่า การทำความสะอาดที่ผิดวิธี นั้น อาจส่งผลร้ายต่อสุขภาพได้โดยที่คุณไม่รู้ตัว และ 7 ข้อผิดพลาดในการทำความสะอาด ที่คุณมักจะทำกันอยู่เป็นประจำ มีดังนี้

1.ใช้ฟองน้ำเก่า : ฟองน้ำที่เราใช้กันอยู่นั้น ทราบหรือไม่ว่า เพียงแค่เรานำมาใช้แค่สองหรือสามครั้ง แบคทีเรียก็เข้าไปอยู่และก็เติบโตขยายตัวกันแล้ว และหากเรานำฟองน้ำเก่า ไปทำความสะอาดส่วนต่าง ๆ ในบ้าน ก็เป็นการนำเอาเชื้อแบคทีเรียไปกระจายตามจุดต่าง ๆ นั่นเอง แต่ทั้งนี้ ก็ไม่ได้หมายความว่า เราจะต้อง ทิ้งมันไปหลังการใช้งานแค่ไม่กี่ครั้ง แต่เราต้องทำความสะอาด ฟองน้ำทุกวัน ด้วยการจับใส่เข้าไปในไมโครเวฟสักหนึ่งนาที และเมื่อใดก็ตาม ที่เริ่มรู้สึกว่ามันมีกลิ่น ก็ให้นำไปทิ้งเสีย

2.นำช้อน ส้อม มีด ใส่ลงไปในเครื่องล้างจานไม่ถูกท่า : หลายคนมักจะใส่ช้อน ส้อม มีด ลงไปในเครื่องล้านจาน โดยเอาด้านมือจับขึ้นข้างบน ซึ่งนั่นเป็นท่าที่ไม่ถูก ทำให้น้ำร้อน กระจายไปได้ไม่ทั่วถึง วิธีที่ถูกคือ ให้ใส่ช้อนและส้อมโดยเอาด้านมือจับลง ส่วนมีดให้เอาด้านมือจับขึ้น และที่ต้องให้นำมือจับมีดขึ้น ก็เพื่อป้องกันไม่ให้มีดบาดมือ เวลานำออกจากเครื่องนั่นเอง

3.เอาน้ำยาทำความสะอาดแต่ละอย่างมาผสมกันใช้ : บางคนก็เอาผงซักฟอก มาผสมกับน้ำยาถูพื้น แล้วนำมาเช็ดทำความสะอาด แต่ทราบหรือไม่ว่า การผสมน้ำยาเหล่านั้น สามารถก่อให้เกิดอันตรายที่ไม่คาดคิดได้ เพราะน้ำยาทำความสะอาดแต่ละชนิด จะมีส่วนผสมของสารเคมีต่างชนิดกันอยู่ และหากนำมาผสมกัน ก็อาจจะเกิดการทำปฏิกิริยาทางเคมีกันขึ้น ก่อให้เกิดอันตรายได้ ดังนั้นไม่ควรผสมกัน แต่ละขวด แต่ละแพค ใช้ให้หมดเป็นขวด ๆ ไป

4.ไม่นำแปรงทำความสะอาดโถส้วมไปตากให้แห้ง : หลายบ้านมีอุปกรณ์ซึ่งเป็นแปรงขัดทำความสะอาดสุขภัณฑ์อยู่ในห้องน้ำ และเมื่อใช้งานเสร็จ ก็ทิ้งไว้อย่างนั้น ทำให้เกิดความชื้น และเกิดการเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ดังนั้น หลังการทำความสะอาด ควรนำเอาอุปกรณ์มาตากให้แห้งสัก 20 นาที ก่อนจะนำไปเก็บ


5.ทำความสะอาดโดยไม่สวมถุงมือ : คุณควรคิดไว้เสมอว่า มือของเรานั้นไม่ควรสัมผัสกับน้ำยาทำความสะอาดที่มีสารเคมีเหล่านี้เลย สารเคมีสามารถทำอันตรายต่อผิวหนังของเราได้ หรือหากไม่แรงนัก ก็ทำให้ผิวแห้ง ดังนั้น จึงควรสวมถึงมือทุกครั้ง ที่จะลงมือทำความสะอาด


ข้อผิดพลาดในการทำความสะอาด สุขภัณฑ์ ที่ส่งผลร้ายมากกว่าผลดี ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.gurubaan.com/สุขภัณฑ์/

2
ใครอยากสวยปัง มาทางนี้!!!!! ต้องยอมรับว่าสาวสมัยนี้ ใครๆก็อยากมีใบหน้าที่สวยได้รูป จะเซลฟี่ โพสท่าถ่ายรูป ก็ต้องดูสวยดูดีในทุกท่วงท่า

เวลาของคนยุคใหม่หมดไปกับการทำงานหนัก นอนดึก ส่งผลให้ร่างกายพักผ่อน ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่นจนถึงวัยทำงานก็ต้องทุ่มเทเพื่อความก้าวหน้าในด้านการเรียน หรืออาชีพของตัวเอง ปัญหาความเครียดและความกดดันเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆจนเป็นสาเหตุของผิวพรรณที่เสื่อมโทรมลง โดยเฉพาะผิวบนใบหน้าจะเห็นได้ชัดเจนที่สุด ปัจจุบันเริ่มมีเทคโนโลยีที่ทำให้ใบหน้าเปลี่ยนรูปไปได้ในแบบธรรมชาติแบบไร้ที่ติได้อย่างใจคุณต้องการ แถมยังปลอดภัยกว่าในอดีตอีกหลายร้อยเท่า เจ็บตัวน้อยลง ไม่เป็นแผลเป็นเหมือนในอดีต

สมัยนี้อยากสวยยังไงการแพทย์ก็ช่วยได้ โดยเฉพาะการ “ฉีดโบท็อกซ์” ให้หน้าเรียวเล็กแลดูอ่อนวัยนี่ต้องบอกเลยว่าได้รับความนิยมไม่แพ้กระแสความงามด้านอื่นๆ เลยทีเดียว แต่ทั้งนี้ก่อนที่สาวๆ จะพากันตัดสินใจไปฉีดโบท็อกซ์ตามกระแส อย่าเพิ่งใจร้อนไปค่ะ ลองถามตัวเองก่อนสิว่าคุณศึกษาเรื่องนี้ดีแล้วหรือยัง

โบท็อกซ์ที่ได้รับความนิยมส่วนใหญ่เป็นการฉีดสารจากธรรมชาติที่เป็นโปรตีนบริสุทธิ์สกัดจากแบคทีเรียที่มีประโยชน์ ซึ่งจะช่วยคลายกล้ามเนื้อที่หดตัว โดยหลังการฉีดโบท็อกซ์แล้วตัวยาจะจับตัวกับปลายเส้นประสาทที่เชื่อมต่อกับกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อส่วนนั้นคลายตัว ส่งผลให้หน้าเรียว ลดกราม ช่วยทำให้หน้าดูเด็กลง ริ้วรอยต่างๆ รวมถึงรอยตีนกาก็ทำให้ดูตื้นขึ้นทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้น

โบท็อกซ์หน้าเรียว ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่หลายๆ คนคิดหรือคาดคะเน ถ้าคำนึงถึงหลักวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ โบท็อกซ์นั้นก็เปรียบเสมือนวัคซีนป้องกันโรคต่างๆ นั่นเอง ที่นำมาใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ โดยไม่มีพิษภัยใดๆ สำหรับการนำมารักษาเพื่อลดเลือนริ้วรอยจากการทำงานของกล้ามเนื้อในการแสดงสีหน้านั้น การฉีดโบท็อกซ์นับว่าเป็นวิธีที่ตรงประเด็น แก้ไขที่สาเหตุหลักของริ้วรอยดังกล่าวโดยตรง เพียงคุณเลือกใช้ Botox ของแท้และฉีดในปริมาณที่พอเหมาะ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่คุณวางใจเท่านั้น ก็จะบรรเทาความกังวลใจไปได้มากเลยล่ะค่ะ

ส่วนใหญ่ฉีดโบท็อกซ์เสริมใบหน้าส่วนไหนกันบ้าง?
การฉีดโบท็อกซ์นั้น สามารถฉีดได้ในบริเวณที่มีริ้วรอยมากเป็นพิเศษ อย่างเช่นหน้าผาก รอยตีนกา และริ้วรอยที่เกิดจากการยิ้มบริเวณรอบดวงตา คุณสามารถฉีดโบท็อกซ์ที่บริเวณคิ้วเพื่อช่วยให้ตาของคุณดูโตและอ่อนวัยขึ้น นอกจากนี้แล้วการฉีดโบท็อกซ์ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากคือการฉีดเพื่อปรับรูปหน้า ซึ่งบริเวณแนวขากรรไกรและแก้มเป็นบริเวณที่นิยมฉีดมากที่สุดเพื่อปรับใบหน้าให้ดูเรียวขึ้นนั่นเอง

เตรียมตัวทำโบท็อกซ์
สาวๆที่คิดจะทำสวยควรปรึกษาแพทย์เพื่อเตรียมตัวก่อนฉีดโบท็อกซ์ เพราะหากคุณไม่เตรียมร่างกาย การทำโบท็อกซ์อาจส่งผลเสียต่อผิวหน้าคุณได้ ขอให้สาวๆปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัด ดังนี้

1) ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดในช่วง 2 อาทิตย์แรก

2) ภายใน1สัปดาห์ คุณๆต้องงดรับประทานยาแก้อักเสบ รวมถึงวิตามินเสริมทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันปลา วิตามินบำรุงผิวต่างๆ หรือแม้แต่สมุนไพรก็ด้วย

3) ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ทำร่างกายให้แข็งแรง จะได้ไม่เกิดอาการผิวอักเสบตามมาได้ง่ายๆนะคะ

4) สำรวจใบหน้าตัวเองก่อนว่าควรจะเสริมส่วนไหนเพื่อให้เหมาะกับรูปหน้า โดยอาจศึกษาจากอินเตอร์เน็ต ดูใบหน้าของดาราหรือรูปผู้ที่เคยเข้ารับการฉีดโบท็อกซ์ที่มีใบหน้าลักษณะคล้ายกับตนเองเพื่อช่วยในการตัดสินใจได้ถูกต้อง และเพื่อความรวดเร็วในการเข้ารับการใช้บริการนะคะ



มาเปลี่ยนจุดพังให้ปังด้วย โบท็อกหน้าเรียว ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.beautysanta.com/

3
อาหารที่เรากินกันอยู่ทุกวันนี้ มีหลากหลายเมนูให้เลือกกันตามใจชอบ หลายคนอยากจะปรุงรสชาติให้ออกมาเหมือนที่เคยไปชิมตามร้านต่างๆ หรือซื้อหนังสือ สูตรอาหาร มาลองทำกินเอง ซึ่งวิธีการทำนั้นมีหลายรูปแบบด้วยกันค่ะ ไม่ว่าจะ ต้ม ผัด แกง หรือทอด กว่าจะมาเป็นอาหารที่มีหน้าตาน่ากินนั้น ต้องผ่านกระบวนการปรุงรสอาหารอย่างไรบ้าง ตามมาดูกันเลยค่ะ

1.วิธีปรุงอาหารด้วยการย่าง

วัตถุดิบที่ใช้ย่างจะต้องผ่านการปรุงรสด้วยวิธีการหมัก เพื่อให้เครื่องซึมเข้าถึงเนื้อเสียก่อนจึงจะอร่อย (ขึ้นอยู่กับ สูตรอาหาร ของแต่ละคนด้วยค่ะ) บางอย่างย่างโดยไม่ต้องผ่านการปรุงรสก็มีนะคะ เช่น กุ้ง ปลาหมึก หอย เพราะมีน้ำจิ้มซีฟู้ดช่วยเพิ่มรสชาติให้อยู่แล้ว การย่างที่ดีต้องใช้ไฟในระดับปานกลาง ซึ่งอาจเป็นเตาถ่าน เตาไฟฟ้า หรือเตาอบ แนะนำให้ห่อใบตองก่อนนำไปย่างนะคะ คุณจะได้กลิ่นหอมๆ ของใบตองทำให้อาหารน่ากินอีกด้วย ซึ่งจะคล้ายๆ กับการทำขนมไทยอบควันเทียนนั่นแหละค่ะ

2.วิธีปรุงอาหารด้วยการยำ

การปรุงอาหารด้วยวิธียำ จะต้องมีรสชาติที่จัดจ้าน โดยวัตถุดิบที่นำมาประกอบเป็นอาหารนั้นจะต้องสดและใหม่อยู่เสมอค่ะ เพราะความเผ็ดร้อนของพริกและความเปรี้ยวจี๊ดของมะนาว จะเป็นตัวชูให้รสชาติของยำให้แซ่บยิ่งขึ้น แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ไม่ค่อยกินอาหารรสจัดมากนัก เราขอแนะนำให้ใส่น้ำตาลลงไปสักหน่อย เพื่อความกลอมกล่อมของยำนั่นเองค่ะ

โดยเมนูประเภทนี้สามารถปรับรสเปรี้ยว รสเค็ม และรสเผ็ดของพริกได้ตามใจชอบ ขั้นตอนการปรุงของยำนั้นก็ไม่ได้ยากอีกด้วย เพียงแค่คุณหั่นวัตถุดิบให้เป็นชิ้นพอดีคำเท่าๆ กัน แล้วนำไปลวกกับน้ำร้อนให้สุก จากนั้นคลุกเคล้าให้เข้ากับเครื่องปรุงรสที่เตรียมไว้ อย่างพริกตำ หรือพริกซอย น้ำปลา มะนาว น้ำตาล ฯลฯ เมื่อปรุงเสร็จแล้วนำมาจัดใส่จานพร้อมกินได้แล้วค่ะ แนะนำให้กินเลยนะคะ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ เพราะน้ำยำจะถูกดูดเข้าไปในตัวของวัตถุดิบ จะทำให้เสียรสชาติได้ค่ะ

3.วิธีปรุงอาหารด้วยการผัด

เป็นการปรุงอาหารที่ไม่ยุ่งยากที่สุดเลยค่ะ แค่มีกระทะ ตะหลิว เตาแก๊ส พร้อมผักและเนื้อสัตว์ เท่านี้ก็ปรุงอาหารได้แล้ว หากเพื่อนๆ คนไหนอยากกินอาหารทะเลผัดกับผัก เราก็พอจะมีเทคนิคการผัดอาหารทะเลอยู่บ้างค่ะ เวลาผัดจะต้องใช้ไฟแรง เพื่อให้ผิวด้านนอกของอาหารทะเลนั้นสุก แต่ภายในยังนุ่มอยู่ ส่วนวัตถุดิบควรเตรียมให้พร้อมตั้งแต่ระหว่างรอกระทะร้อน แล้วใส่วัตถุดิบที่เตรียมไว้ลงกระทะ ใช้ตะหลิวกลับอาหารให้เข้ากัน ปรุงรสที่ชอบ เสร็จแล้วตักออกจากกระทะ ตกแต่งให้สวยงามดูน่ากิน เสิร์ฟขณะที่อาหารยังร้อนๆ ก็อร่อยค่ะ



เคล็ดลับการ ทำอาหาร ให้อร่อยถูกปากคนไทย ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.parpaikin.com/ทำอาหาร/

4
คอมพิวเตอร์ PC หรืออุปกรณ์เกมมิ่งพวกคีย์บอร์ดหรือเม้าส์ส่วนใหญ่มักจะเน้นในส่วนของประสิทธิภาพการใช้งานมากกว่าการออกแบบดีไซน์ แต่ว่าในบางครั้งการตกแต่งคอมพิวเตอร์ PC หรืออุปกรณ์เสริมให้ดูดีมีระดับมันก็ช่วยยกระดับให้ดูเหมือนเป็นสินค้าตัวแรงได้เช่นกัน

และในคราวนี้เราก็จะนำเสนออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่มีการดีไซน์สุดหรูที่เรียกว่าของไอเท็มสำหรับไฮโซเลยก็ว่าได้และมีราคาที่แพงสุดเอื้อมเป็นจำนวน 10 ชิ้นครับแต่จะมีอะไรกันบ้างตามไปดูกันเลย

คีย์บอร์ดสไตล์ยุคโบราณ

ราคา: $1650 (59,000 บาท)

ในยุคโบราณก่อนที่จะมีคีย์บอร์ดนั้นก็จะมีเครื่องพิมพ์ดีดให้ใช้งานแต่ถ้าหากนำคีย์บอร์ดยุคปัจจุบันกับเครื่องพิมพ์ดีดมารวมกันแล้วก็จะได้คีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ที่มีปุ่มสไตล์เครื่องพิมพ์ดีดยุคโบราณอย่างที่เห็นในรูปด้านบนพร้อมกับโทนสีหม่นให้ความรู้สึกถึงความเก่าแก่และถ้าหากนำมันไปใช้ทำงานรับรองว่าต้องมีคนเหลียวมองกันทุกคนแน่นอน

เม้าส์รหัสมอส

ราคา: $550 (19,700 บาท)

เป็นการผสมผสานที่ลงตัวทีเดียวกับการนำเม้าส์ธรรมดามารวมกับเครื่องกดรหัสมอสโดยมีปุ่มคลิปซ้าย-ขวาเป็นก้านกดรหัสตัวฐานทำจากไม้โอ๊คชั้นดีแต่ดูลักษณะแล้วการใช้งานจริงท่าจะตะกุกตะกักมิใช่น้อยทีเดียว

เม้าส์ทองคำขาว

ราคา: $26,050 (935,000 บาท)

เป็นเม้าส์ที่ใคร ๆ ก็อยากจะสัมผัสมันสักครั้งแน่นอนเพราะมันเป็นเม้าส์ที่ทำจากทองคำขาว 18 กะรัตและประดับด้วยเพรชที่อยู่ตรงกลางมาในโทนสีเงินสุดหรู ส่วนคุณสมบัติข้างในของมันก็จะเป็นเม้าส์ไร้สายความละเอียด 1200 dpi แต่แค่วัสดุที่ใช้มันก็กินขาดแล้ว

Jupiter Gold PC

ราคา: $560,000 (20 ล้านบาทโดยประมาณ)

หากมองหา PC ที่มีประสิทธิภาพเยี่ยมและดูหรูหราไปในตัวด้วยขอแนะนำเจ้าสิ่งนี้ครับกับ Jupiter Gold PC คอมพิวเตอร์จาก Japan Zeus Computer ที่มาพร้อมกับ Core 2 Duo 3GHz E6850 , GeForce 8400GS , Hard Drive ขนาด 1TB หน้าจอมอนิเตอร์ขนาด 1920×1200 แต่เหนือสิ่งอื่นใด PC เครื่องนี้มีวัสดุทำมาจากทองคำแท้ล้วน ๆ ซึ่งสนนราคาแค่ครึ่งล้านดอลล่าร์เท่านั้นเอง

Jupiter Platinum Pc

ราคา: $746,000 (26 ล้านบาทโดยประมาณ)

แต่ถ้าหากไม่ชอบสีทองก็ต้องเครื่องนี้เลยครับกับวัสดุที่ทำมาจากแพลตินั่มล้วนที่มีในโทนสีขาวเงินสุดหรูหรามีระดับ ส่วนสเปคโดยรวมก็จะเหมือนกับ Jupiter Gold ทุกประการแต่ราคาจะบวกเพิ่มนิดหน่อยประมาณ 7 แสนดอลล่าร์ครับผม

Optimus Popularis

ราคา: $1,500 (53,800 บาท)

เป็นคีย์บอร์ดที่มีการออกแบบได้ล้ำสมัยมากด้วยฟังก์ชั่นปรับเปลี่ยนปุ่มกดได้ตามใจชอบโดยจะมีจอ LED แสดงผลด้านล่างคีย์บอร์ดว่าปุ่มนี้ใช้ทำอะไรบ้าง ผู้ใช้สามารถออกคำสั่งโปรแกรมต่าง ๆ ได้โดยที่ตัวคีย์บอร์ดจะออกแบบปุ่มกดให้เหมาะสมกับโปรแกรมนั้น ๆ แม้กระทั่งการเล่นเกมก็เช่นกัน Optimus Popularis ก็จะแสดงปุ่มกดที่จำเป็นต้องใช้เท่านั้นครับและด้วยคุณสมบัติล้ำสมัยแบบนี้ราคาของมันถือว่าเอาเรื่องทีเดียวครับ


อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ที่มีราคาระดับไฮโซและการดีไซน์สุดแปลกแหวกแนว ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.potatotechs.com/อุปกรณ์คอมพิวเตอร์/

5
หลายคนอาจจะสงสัยว่าโปรตีนประเภทสมบูรณ์คืออะไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่รับประทานมังสวิรัติหรือรับประทานเจ โปรตีนประเภทสมบูรณ์เป็นแหล่งที่มาของโปรตีนที่ประกอบไปด้วยกรดอะมิโนจำเป็นทั้ง 9 ชนิดที่ร่างกายไม่สามารถผลิตได้อย่างเพียงพอ คนส่วนใหญ่บริโภคโปรตีนประเภทสมบูรณ์ได้เพียงพอโดยไม่มีปัญหา แต่สำหรับคนที่รับประทานมังสวิรัติหรือรับประทานเจ โปรตีนประเภทสมบูรณ์มีบทบาทสำคัญต่ออาหารและสุขภาพมาก


เตรียมโปรตีนประเภทสมบูรณ์

1. บริโภคโปรตีนให้เพียงพอในแต่ละวัน. โดยทั่วไปผู้หญิงต้องบริโภคราว 46 กรัมต่อวัน และผู้ชายต้องรับบริโภคราว 56 กรัมต่อวัน[1]
ติดตามปริมาณโปรตีนที่คุณรับประทานเข้าไปตลอดทั้งวัน คุณอาจจะเขียนบันทึกหรือใช้แอพฯ ติดตามการรับประทานอาหารในโทรศัพท์มือถือเพื่อดูว่า คุณจะต้องรับประทานโปรตีนอีกเท่าไหร่ขณะที่คุณรับประทานอาหารในแต่ละช่วงวัน
บางคนอาจจะต้องการโปรตีนมากกว่าคนอื่น ถ้าคุณออกกำลังกายระดับปานกลางถึงหนักมากกว่าวันละ 45 นาทีหรือพยายามจะลดน้ำหนัก ปริมาณโปรตีนสุทธิที่คุณควรบริโภคก็อาจจะมากกว่านั้น


2. จับคู่อาหารให้ถูกประเภท. การจับคู่โปรตีนจากพืชบางชนิดเข้าด้วยกันจะทำให้คุณได้โปรตีนประเภทสมบูรณ์ ตั้งเป้าบริโภคธัญพืชเต็มเมล็ด ถั่วเปลือกแข็ง และถั่วมีฝักให้หลากหลาย อาหารเหล่านี้เมื่อรวมกันแล้วจะให้กรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายของคุณต้องการเพื่อให้ได้โปรตีนประเภทสมบูรณ์

จับคู่ถั่วมีฝักกับธัญพืชเต็มเมล็ดเพื่อให้ได้โปรตีนประเภทสมบูรณ์ ตัวอย่างเช่น ข้าวกับถั่ว ถั่วเลนติลกับข้าวบาร์เลย์ ข้าวสาลีกับถั่ว หรือเนยถั่วกับขนมปังโฮลวีต 100%
การจับคู่ถั่วมีฝักกับถั่วเปลือกแข็งและเมล็ดพืชก็ให้โปรตีนประเภทสมบูรณ์เช่นกัน


วิธีการ จับคู่ เมนูอาหาร เพื่อให้ได้โปรตีนประเภทสมบูรณ์ ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.plawharn.com/

6
มาดูวิธีแก้ปัญหาท่อน้ำตันง่าย ๆ ไม่ต้องเรียกช่าง วิธีแก้ปัญหาน้ำตันด้วยน้ำส้มสายชู เบกกิ้งโซดา โซดาไฟ และของใกล้ตัวที่ช่วยแก้ปัญหาท่อน้ำตันได้อย่างดีเยี่ยม

หากกำลังประสบปัญหาท่อน้ำตัน อย่าเพิ่งกริ๊งกร๊างไปหาช่างซ่อม เพราะวันนี้กระปุกดอทคอมมีวิธีแก้ปัญหาท่อน้ำตันง่าย ๆ มาบอกต่อ โดยวิธีแก้ไขท่อน้ำตันด้วยตัวเองและของใช้ในบ้าน เช่น น้ำส้มสายชู เบกกิ้งโซดา โซดาไฟ และของอื่น ๆ อีกมากมายที่อยู่ใกล้มือ อยากรู้ว่าท่อน้ำตันทำอย่างไร ? ก็ตามไปหาคำตอบพร้อม ๆ กันเลยจาก 12 วิธีแก้ไขปัญหาท่อน้ำตัน

1. ที่ปั๊มส้วมช่วยได้ในเบื้องต้น
วิธีการแก้ไขเบื้องต้นปัญหาท่อน้ำอุดตันนั่นก็คือ การใช้ที่ปั๊มส้วม แต่จะให้ดีต้องปั๊มด้วยวิธีที่ถูกต้อง โดยการครอบที่ปั๊มลงไปที่ปากท่อ นำผ้าเปียกมาคลุมไว้รอบ ๆ ที่ปั๊มแล้วทำการปั๊มขึ้น-ลงประมาณ 6-10 ครั้ง เพื่อดึงเอาสิ่งที่อุดตันอยู่ในท่อขึ้นมา

2. น้ำส้มสายชูและเบกกิ้งโซดา
หากเกิดปัญหาท่อน้ำอุดตันแนะนำให้เทเบกกิ้งโซดาประมาณ ½ ถ้วยตวงลงไปในท่อ แล้วเทน้ำส้มสายชู ½ ถ้วยตวงตามลงไปและทิ้งไว้สักพัก จากนั้นให้ราดน้ำร้อนลงไปในท่อซ้ำอีกครั้ง

3. เบกกิ้งโซดาและเกลือ
วิธีนี้คล้ายกับวิธีที่ 2 แต่เปลี่ยนจากน้ำส้มสายชูเป็นเกลือ โดยเทเบกกิ้งโซดาประมาณ 1 ถ้วยตวงและเกลือ ½ ถ้วยตวงลงไปในท่อ แล้วปล่อยทิ้งไว้ 1 คืน จากนั้นเทน้ำร้อนลงไปในท่ออีก 2 ถ้วยตวง

4. ไม้แขวนเสื้อใช้ทะลวงท่อ
หากเราสามารถมองเห็นเศษขยะที่อุดตันอยู่ในท่อได้ ให้นำไม้แขวนเสื้อมาคลายออกให้เป็นลวดยาว ๆ งอปลายขึ้นเล็กน้อยเพื่อทำเป็นหัวตะขอเกี่ยว จากนั้นนำลวดด้านที่มีหัวเกี่ยวหย่อนลงไปในท่อเพื่อเกี่ยวเศษขยะที่อุดตันท่อขึ้นมา

5. เครื่องดูดฝุ่น ดูดหมดทุกสิ่งอุดตัน
ถ้าที่บ้านมีเครื่องดูดฝุ่นที่สามารถใช้ทำงานได้ทั้งพื้นที่เปียกและพื้นที่แห้ง แนะนำให้เปิดระบบการทำงานเครื่องดูดฝุ่นให้เป็นแบบเปียก จากนั้นเปิดน้ำหล่อท่อเอาไว้แล้วใช้เครื่องดูดฝุ่นจ่อลงไปที่ปากท่อ แล้วดูดสิ่งอุดตันท่อออกมาให้หมด



แก้ไข ท่อตัน ด้วยตัวเองและของใช้ในบ้านท่อน้ำตันทำอย่างไร ? ดูเพิ่มเติมได้้ที่นี่ https://www.bcithailand.net/ท่อตัน/

7
ไม่ว่าจะเลือกเสื้อผ้าให้เข้าชุดกันก็ง่าย การเป็นจุดดึงดูดความสนใจต่อเพศตรงข้าม รวมถึงการสร้างความประทับใจแรกพบต่อการสมัครงานด้วย ทั้งที่แดดบ้านเราก็พร้อมจะแผดเผาให้ผิวไหม้เกรียมได้ตลอดเวลา แต่การดูแลผิวให้ขาวใสนั้นไม่ยากเลยค่ะ ด้วยวิธีที่เป็นธรรมชาติและสามารถปฏิบัติได้ทุกวัน

หลีกเลี่ยงแสงแดดให้มากที่สุด

การสวมเสื้อผ้าที่ปกปิดร่างกาย กางร่มกันแดด หรือการเดินหลบแสงแดดตามใต้อาคาร ต่างก็เป็นตัวเลือกที่ดีทุกวิธีค่ะ เนื่องจากรังสียูวีเป็นตัวการสำคัญที่ทำร้ายผิวเราได้รุนแรงที่สุด โดยเฉพาะในช่วงเวลาตั้งแต่ 10.00 – 15.00 น. ของบ้านเรานั้น มีค่ารังสียูวีสูงที่สุดหากเปรียบเทียบกับช่วงเวลาอื่น ดังนั้นจึงควรหาวิธีหลีกเลี่ยงที่จะรับแสงแดดโดยตรง

หลีกเลี่ยงแสงแดดให้มากที่สุด

ใช้ครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน

ในเมื่อบ้านเราเป็นเมืองร้อนและยากที่จะหลบเลี่ยงแล้ว ครีมกันแดดเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยป้องกันรังสียูวีมาทำลายผิวเราให้คล้ำเสีย ควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป ค่า PA+++ และมีส่วนผสมของสารกันแดดที่เสถียรพอสมควรด้วย ครีมกันแดดนั้นถึงจะมีประสิทธิภาพป้องกันแสงแดดได้เป็นอย่างดี เช่น สารไททาเนียมไดออกไซด์ ซิงค์ออกไซด์ โดยทาซ้ำทุกชั่วโมงเมื่ออยู่ในที่ที่มีแดดจัดหรือว่ามีเหงื่อออกจำนวนมาก จะช่วยให้ผิวเราไม่ไหม้และดูแก่ก่อนวัย

ใช้ครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน

ทาโลชั่นไวท์เทนนิ่งอย่างสม่ำเสมอ เป็นวิธีดูแลผิวให้ขาวที่ดีวิธีหนึ่ง

เลือกโลชั่นที่มีส่วนผสมของสารบำรุงช่วยให้ผิวขาวขึ้น เช่น วิตามินบีสามหรือไนอาซินาไมด์ วิตามินซี วิตามินอี โคเอนไซม์คิวเท็น อัลฟาอาร์บูติน สารสกัดจากเปลือกสน และสารสกัดจากธรรมชาติต่างๆ โดยใช้ปริมาณที่มากพอสำหรับพื้นที่ผิวแต่ละส่วน เพื่อการดูดซับสารบำรุงแล้วนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง แต่เราไม่ควรทาครีมที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวในเวลากลางวัน ตัวอย่างเช่น กรดผลไม้หรือที่เรียกกันว่า AHA เนื่องจากจะทำให้ผิวไวต่อแสงแล้วเป็นผลเสียมากกว่าผลดีค่ะ

ทาโลชั่นไวท์เทนนิ่งอย่างสม่ำเสมอ เป็นวิธีดูแลผิวให้ขาวที่ดีวิธีหนึ่ง

ขัดผิวด้วยสมุนไพรธรรมชาติ อีก 1 สูตรลับผิวขาวกระจ่างใส

มะขามเปียก ขมิ้นชัน และนมสด เป็นของธรรมชาติที่ช่วยขัดขี้ไคลและผลัดเซลล์ผิวให้ขาวขึ้น นำส่วนผสมมาคลุกเคล้าในภาชนะกระเบื้องหรือแก้ว ห้ามใช้พลาสติกอย่างเด็ดขาด เนื่องจากจะทำปฏิกิริยากับพลาสติกแล้วเป็นพิษได้ สูตรนี้ประยุกต์มาจากตำรับชาววัง แต่สามารถหาได้ง่ายตามทั่วไป เมื่อส่วนผสมเป็นเนื้อเดียวกันแล้วให้ขัดพอกที่ผิว เน้นตรงบริเวณซอกหลืบ ทาทิ้งไว้ 5 – 10 นาที จนรู้สึกว่าสมุนไพรแห้งหมาดๆ แล้วล้างออก ทำอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง

ขัดผิวด้วยสมุนไพรธรรมชาติ อีกหนึ่งวิธีทำให้ผิวขาวเร็วขึ้น


ไม่ว่าจะเลือกเสื้อผ้าให้เข้าชุดกันก็ง่าย การเป็นจุดดึงดูดความสนใจต่อเพศตรงข้าม รวมถึงการสร้างความประทับใจแรกพบต่อการสมัครงานด้วย ทั้งที่แดดบ้านเราก็พร้อมจะแผดเผาให้ผิวไหม้เกรียมได้ตลอดเวลา แต่การดูแลผิวให้ขาวใสนั้นไม่ยากเลยค่ะ ด้วยวิธีที่เป็นธรรมชาติและสามารถปฏิบัติได้ทุกวัน

หลีกเลี่ยงแสงแดดให้มากที่สุด

การสวมเสื้อผ้าที่ปกปิดร่างกาย กางร่มกันแดด หรือการเดินหลบแสงแดดตามใต้อาคาร ต่างก็เป็นตัวเลือกที่ดีทุกวิธีค่ะ เนื่องจากรังสียูวีเป็นตัวการสำคัญที่ทำร้ายผิวเราได้รุนแรงที่สุด โดยเฉพาะในช่วงเวลาตั้งแต่ 10.00 – 15.00 น. ของบ้านเรานั้น มีค่ารังสียูวีสูงที่สุดหากเปรียบเทียบกับช่วงเวลาอื่น ดังนั้นจึงควรหาวิธีหลีกเลี่ยงที่จะรับแสงแดดโดยตรง

หลีกเลี่ยงแสงแดดให้มากที่สุด

ใช้ครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน

ในเมื่อบ้านเราเป็นเมืองร้อนและยากที่จะหลบเลี่ยงแล้ว ครีมกันแดดเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยป้องกันรังสียูวีมาทำลายผิวเราให้คล้ำเสีย ควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป ค่า PA+++ และมีส่วนผสมของสารกันแดดที่เสถียรพอสมควรด้วย ครีมกันแดดนั้นถึงจะมีประสิทธิภาพป้องกันแสงแดดได้เป็นอย่างดี เช่น สารไททาเนียมไดออกไซด์ ซิงค์ออกไซด์ โดยทาซ้ำทุกชั่วโมงเมื่ออยู่ในที่ที่มีแดดจัดหรือว่ามีเหงื่อออกจำนวนมาก จะช่วยให้ผิวเราไม่ไหม้และดูแก่ก่อนวัย

ใช้ครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน

ทาโลชั่นไวท์เทนนิ่งอย่างสม่ำเสมอ เป็นวิธีดูแลผิวให้ขาวที่ดีวิธีหนึ่ง

เลือกโลชั่นที่มีส่วนผสมของสารบำรุงช่วยให้ผิวขาวขึ้น เช่น วิตามินบีสามหรือไนอาซินาไมด์ วิตามินซี วิตามินอี โคเอนไซม์คิวเท็น อัลฟาอาร์บูติน สารสกัดจากเปลือกสน และสารสกัดจากธรรมชาติต่างๆ โดยใช้ปริมาณที่มากพอสำหรับพื้นที่ผิวแต่ละส่วน เพื่อการดูดซับสารบำรุงแล้วนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง แต่เราไม่ควรทาครีมที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวในเวลากลางวัน ตัวอย่างเช่น กรดผลไม้หรือที่เรียกกันว่า AHA เนื่องจากจะทำให้ผิวไวต่อแสงแล้วเป็นผลเสียมากกว่าผลดีค่ะ

ทาโลชั่นไวท์เทนนิ่งอย่างสม่ำเสมอ เป็นวิธีดูแลผิวให้ขาวที่ดีวิธีหนึ่ง

ขัดผิวด้วยสมุนไพรธรรมชาติ อีก 1 สูตรลับผิวขาวกระจ่างใส

มะขามเปียก ขมิ้นชัน และนมสด เป็นของธรรมชาติที่ช่วยขัดขี้ไคลและผลัดเซลล์ผิวให้ขาวขึ้น นำส่วนผสมมาคลุกเคล้าในภาชนะกระเบื้องหรือแก้ว ห้ามใช้พลาสติกอย่างเด็ดขาด เนื่องจากจะทำปฏิกิริยากับพลาสติกแล้วเป็นพิษได้ สูตรนี้ประยุกต์มาจากตำรับชาววัง แต่สามารถหาได้ง่ายตามทั่วไป เมื่อส่วนผสมเป็นเนื้อเดียวกันแล้วให้ขัดพอกที่ผิว เน้นตรงบริเวณซอกหลืบ ทาทิ้งไว้ 5 – 10 นาที จนรู้สึกว่าสมุนไพรแห้งหมาดๆ แล้วล้างออก ทำอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง

ขัดผิวด้วยสมุนไพรธรรมชาติ อีกหนึ่งวิธีทำให้ผิวขาวเร็วขึ้น



สูตรลับผิว ขาวใส อมชมพู เปิดเผยแล้ววันนี้ พร้อมเคล็ดลับบำรุงผิวให้ดูเนียนใส เต่งตึง ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.beautysanta.com/

8
การเลี้ยงปลาตู้ เป็นงานอดิเรกยอดนิยมที่สร้างทั้งความเพลิดเพลิน และส่งเสริมความสวยงามให้แก่สถานที่ของผู้เลี้ยง ซึ่งเหล่า ปลาสวยงาม ที่เรานำมาใส่ในตู้ได้ มีให้เลือกซื้ออยู่มากมายหลายชนิด

แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกชนิดจะเลี้ยงได้โดยง่าย เพราะบางครั้งปลาก็ไม่ต้องการแค่ให้อาหาร แต่ต้องการความเอาใจใส่ และความเข้าใจในลักษณะเฉพาะตัวตามธรรมชาติของพวกมันอีกด้วย เช่น การเลือกซื้ออาหาร การรักษาความสะอาดของน้ำให้เหมาะสม หรือแม้กระทั่งการเลือกว่าจะเติมพืชน้ำชนิดไหนถึงจะดีต่อสุขภาพของปลา และอื่นๆ

สำหรับผู้เริ่มต้นเลี้ยงปลา การเลือกเลี้ยงปลาที่อยู่ในเขตร้อนชื้นนั้นเป็นทางเลือกที่ดี เพราะปลาพวกนี้เป็นปลาเลี้ยงง่าย เหมาะแก่การเริ่มต้นเรียนรู้ และแน่นอนว่ามีโอกาสสูงที่ผู้เลี้ยงจะเลี้ยงพวกมันได้ โดยไม่ทำให้พวกมันจากไปก่อนสิ้นอายุขัยอันสมควร ซึ่งบทความนี้เราได้เลือกปลาที่น่าเลี้ยงจากเขตร้อนชื้นทั้ง 10 ชนิด เพื่อเป็นประโยชน์แก่เหล่านักเลี้ยงปลาตู้มือใหม่ให้ไปลองเลือกซื้อ หรือแม้แต่ผู้ที่ชำนาญแล้ว ก็เพลิดเพลินไปกับบทความนี้ได้เช่นกัน

1.ปลานีออน
ปลาชนิดนี้เป็นที่นิยมเลี้ยงกันมากในหมู่ปลาเขตร้อนชื้น เนื่องด้วยมีขนาดเล็กน่ารัก มาคู่กับสีสันที่สดใส โดยขนาดตัวเต็มวัยของพวกมันจะเพิ่มขึ้นสูงสุดไม่เกิน 1 นิ้ว เหมาะสำหรับการเลี้ยงด้วยตู้ปลาขนาด 10 แกลลอนหรือใหญ่กว่านั้น พร้อมพืชน้ำและขอนไม้ เพื่อให้ปลาซ่อนตัวและวางไข่

แนะนำว่าควรมีไฟในตู้ด้วย เพราะไฟจะช่วยเสริมสีสันของพวกมันให้สวยงาม นอกจากนี้ควรเพิ่มเพื่อนๆ ให้มันอีกประมาณ 6 ตัวขึ้นไป เพราะปลานีออนอยู่กันเป็นฝูงตามธรรมชาติ และที่สำคัญ อย่าเลี้ยงปลานีออนไว้ตู้เดียวกับปลาใหญ่ เพราะตามธรรมชาติ ปลาใหญ่มักจะกินปลาเล็กเสมอ และมีโอกาสเกิดกับปลาทุกชนิด

2.ปลาสอดหางดาบ
ปลาสอดหางดาบ หากโตเต็มวัยจะมีขนาดมากที่สุดประมาณ 2 นิ้ว โดยตัวผู้จะมีหางยาวเหมือนดาบ และสีเข้มกว่าตัวเมียเล็กน้อย มีนิสัยสงบเรียบร้อย ไม่ดื้อ แต่ร่าเริง และด้วยราคาที่ไม่แพง หาซื้อได้ง่าย อีกทั้งยังทนทานต่อทุกสภาพแวดล้อม ปลาสอดหางดาบจึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีอย่างไม่ต้องสงสัย

ข้อควรรู้ที่สำคัญอีกอย่างของปลาสอดหางดาบ คือ ในฤดูผสมพันธุ์ปลาสอดหางดาบตัวผู้จะมีความร่าเริงผิดปกติ โดยจะแสดงพฤติกรรมสะบัดหางดาบให้เหล่าตัวเมียรู้สึกหลงใหล แต่หารู้ไม่ว่าการทำแบบนั้น บางครั้งก็ทำให้ปลาสอดหางดาบตัวเมียรู้สึกกดดัน เพราะฉะนั้น ใน 1 ตู้ที่มีปลาสอดหางดาบตัวผู้ 1 ตัว ควรมีตัวเมียอย่างน้อย 2 ตัว เพื่อแบ่งเบาภาระการโดนเกี้ยวพาราสี และผสมพันธุ์

3.ปลาหางนกยูง
ไม่จำเป็นต้องเป็นนักเลี้ยงปลาตู้ ก็ต้องเคยเห็นคุ้นหน้าค่าตากับปลาชนิดนี้เป็นอย่างดี และคงไม่แปลกที่มันจะติดอันดับปลาเลี้ยงง่าย ด้วยร่างที่เล็กยาวเรียว ขนาดโตเต็มวัยประมาณไม่เกิน 5 นิ้ว ประกอบกับหางใหญ่พลิ้วสลวย และมีให้เลือกหลากหลายสีสัน

โดยรวมแล้วปลาหางนกยูงเป็นปลาที่มักจะอยู่ไม่สุข ชอบว่ายน้ำเล่นไปมา เหมาะสำหรับผู้เลี้ยงที่อยากให้ตู้ปลามีความร่าเริง สนุกสนาน อีกทั้งยังเป็นปลาที่แข็งแรง ทนทาน กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพน้ำได้ดี แม้จะมีปริมาณออกซิเจนต่ำ เนื่องจากเป็นปลาที่ชอบว่ายอยู่บริเวณผิวน้ำ อีกทั้งยังเป็นปลาที่ออกลูกเป็นตัว ทำให้พวกมันขยายพันธุ์เพิ่มได้ง่าย จนเต็มตู้ได้อย่างรวดเร็ว


10 อันดับ ปลาสวยงาม น่าเลี้ยงปี 2018 ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.plawharn.com/

9
รวมร้านนั่งชิลสำหรับคอค็อกเทลรสชาติดี มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เอาใจผู้ไม่ถนัดเหล้าเบียร์ พร้อมบรรยากาศแสนสบาย ชวนผ่อนคลายได้ยาว ๆ

อย่างที่หลายคนทราบกันดีอยู่แล้วว่า ปัจจุบันร้านกินดื่มในกรุงเทพฯ นั้นมีให้เลือกเยอะแยะมากมาย หลากหลายแนวให้เลือกนั่งตามความชอบของแต่ละคน ทว่าในบางวันที่หนุ่ม ๆ ไม่อยากดื่มอะไรหนัก ๆ เพียงแค่อยากจิบค็อกเทล นั่งเหล่สาวแบบเบา ๆ แต่ไม่รู้จะไปนั่งร้านไหนละก็ ถ้างั้นลองมาดูร้านที่เราคัดมาฝากกันก่อนเลยดีกว่าว่า มีร้านไหนเด็ดโดนใจจนต้องตามไปเช็กอินกันบ้าง

1. Junker and Bar

ร้าน “Junker and Bar” ถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งนั่งชิลที่หลายคนนิยมมารวมตัวกันที่นี่ เพราะนอกจากจะมีเครื่องดื่มให้เลือกเยอะแล้ว ในส่วนเมนูค็อกเทลของทางร้านก็ทำตามสูตรของตัวเอง ขณะที่ภายในร้านเน้นตกแต่งแบบเรียบง่าย จัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้นั่งสบาย ๆ โดยสามารถเลือกนั่งได้ทั้งโต๊ะและหน้าบาร์ ส่วนเมนูอาหารเน้นเสิร์ฟเมนูง่าย ๆ อย่าง เบอร์เกอร์, ชีสทอด, เฟรนช์ฟรายส์ เข้ากับเครื่องดื่มซิกเนเจอร์หลักของทางร้านได้อย่างลงตัวสุด ๆ

เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 14.00-00.00 น.

2. Teens of Thailand

ร้าน Teens of Thailand เป็นจินบาร์ (Gin Bar) แห่งแรกในประเทศ สถานที่แฮงก์เอาท์เล็ก ๆ ที่บอกเลยว่าร้านดูเจ๋งมาก ๆ ด้วยการตกแต่งตัวร้านในสไตล์วินเทจด้วยภาพเก่า ๆ ที่ผนังร้าน ดูเหมาะเจาะลงตัวกับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเก๋ ให้บรรยากาศเป็นกันเอง เหมาะแก่การแวะมานั่งชิลไปพร้อมกับลิ้มรสเมนูค็อกเทลหลากหลายรสชาติเปลี่ยนเมนูไม่ซ้ำกันทุกวัน เสิร์ฟคู่เมนูอาหารเบา ๆ หลากชนิด เรียกได้ว่าใครที่มาเยือนย่านวงเวียน 22 ต้องไม่ลืมแวะมาที่ร้านแนว ๆ อย่าง “Teens of Thailand” แน่นอน



เที่ยวกลางคืน ร้านกินดื่มเน้นค็อกเทลท็อปฮิตในเมืองกรุง คัดมาเน้น ๆ เพื่อสายชิลโดยเฉพาะ ดูเพิ่มเติมได้ที่น่ี่ http://tomorrowland.club/เที่ยวกลางคืน/

10
สาวอยากผิวอ่อนเยาว์ ฟังทางนี้ ! เมนูอาหารเสริมคอลลาเจนช่วยได้ ส่วนใหญ่เจอในอาหารจากธรรมชาตินี่แหละ ความฝันอยากหน้าเต่งตึงอยู่แค่เอื้อมจริง ๆ

แน่นอนว่าสาว ๆ อยากหน้าเนียนใสแลดูอ่อนเยาว์ ทำให้ต้องไปพึ่งการศัลยกรรมหรือซื้ออาหารเสริมคอลลาเจน ทั้งคอลลาเจนผงและคอลลาเจนเม็ดราคาแพง แต่รู้ไหมว่าคอลลาเจนหาได้จากอาหารเพื่อสุขภาพ ที่คุ้นเคย รับรองว่าปลอดภัยหายห่วง เป็นคอลลาเจนที่ดีที่สุดในโลก ขอนำเสนอวิธีทำอาหารเสริมคอลลาเจน ที่ส่วนใหญ่เป็นเมนูอาหารที่กินเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ใครจะไปรู้ว่ามีคอลลาเจนแฝงอยู่ อยากรู้ว่ามีอาหารอะไรบ้างตามมาดูกัน

1. ถั่วเหลือง

บรรดาคุณแม่บ้านหรือคุณพ่อบ้านที่ชอบทำอาหารจากถั่วเหลืองหรือผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง รวมทั้งดื่มนมถั่วเหลือง นอกจากได้โปรตีนอิ่มท้องแล้วยังช่วยสร้างคอลลาเจนอีกด้วย เพราะในถั่วเหลืองมีเจนิสติน (Genistein) ที่มีส่วนทำให้ผิวพรรณเต่งตึง ลดรอยตีนกา แหม… คันไม้คันมืออยากเข้าครัวกันแล้วใช่ไหมคะ มาดูเมนูจากถั่วเหลืองกัน

2. ผักใบเขียว

อย่างที่รู้กันว่าผักใบเขียวมีคุณค่าจากวิตามิน และช่วยในการขับถ่าย แต่รู้ไหมว่ายังมีสารที่ช่วยในการสร้างคอลลาเจน และช่วยเสริมสร้างเซลล์ผิวหนังให้แข็งแรงอีกด้วย เช่น คะน้า ผักโขม กะหล่ำปลี และหน่อไม้ฝรั่ง ใครที่ท้องเริ่มร้องมาจดสูตรกันได้เลย

3. ถั่ว

เคี้ยวถั่วเมื่อยปากแต่ได้คอลลาเจนนะคะ เช่น ถั่วลิสง ถั่วเหลือง ถั่วลันเตา เพราะในถั่วมีกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) ที่ช่วยในการลดริ้วรอย ทำให้ผิวเนียนใสอีกด้วย นอกจากกินแบบอบหรือแบบทอดแล้วยังสามารถเอามาทำเมนูอาหารได้อีกด้วย

4. ผัก-ผลไม้สีแดง

ใครที่ชอบกินผักและผลไม้สีแดงบอกเลยว่ามีไลโคปีนสูงที่ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนได้ดี และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวีได้ดีพอสมควร เช่น แตงโม บีทรูท มะเขือเทศ มะละกอ ส้ม ฟักข้าว พริกหยวกแดง แครอท เป็นต้น มาลองทำอาหารเพื่อสุขภาพกันเลย เตรียมกระดาษกับปากกามาจดได้ที่นี่เลย

5. วิตามินซี

หลายคนอาจสงสัยว่าวิตามินเกี่ยวอะไรกับคอลลาเจน ขอตอบเลยแล้วกันว่า วิตามินซีเป็นตัวสร้างคอลลาเจน ซึ่งจะทำให้ผิวเด้งเต่งตึง เราสามารถหาวิตามินซีได้จากผลไม้ เช่น ส้ม มะนาว ฝรั่ง หรือสตรอว์เบอร์รี ถ้าไม่อยากกินแบบสด ๆ ก็แปลงร่างเป็นอาหารได้เช่นกัน ขอยกตัวอย่างตามนี้เลยจ้า



อาหารเพื่อสุขภาพ เมนูอาหารเสริมคอลลาเจน แหล่งความงามบำรุงผิวสุขภาพดี  ดูเพิ่มเติมได้ที่ีนี่ http://thetastefood.com/อาหารเพื่อสุขภาพ/

11
การบริหารจัดการอาคารสถานที่มีความสำคัญอย่างไร?
ถือเป็นการทำงานที่ทดแทนการเข้ามาดูแลอาคารสถานที่ในแบบเดิม ซึ่งได้แก่ งานดูแลรักษาอาคาร (Building Operation and Maintenance) งานจัดการอาคาร (Building Management) และยังครอบคลุมไปถึงการควบคุมประสิทธิภาพของการปฏิบัติงานการลงทุน สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมภายในโครงการด้วย

ลักษณะงานของการบริหารจัดการสถานที่มีตั้งแต่ การวางแผนควบคุม ประเมินผล รวมทั้งการจัดระบบฐานข้อมูลและการตรวจสอบ ดังนั้นในการบริหารจัดการอาคารจึงต้องมีทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์มาดำเนินการในแต่ละด้าน เพื่อตอบสนองต่อการใช้สอยอาคารให้เกิดประโยชนสูงสุด เหมาะสม และสอดคล้องกับนโยบายขององค์กรให้มากที่สุด

โดยหลักการของ Facility Management ที่เป็นแนวคิดหลัก ๆ คือ การเปลี่ยนปัญหาให้เป็นความพอใจใช้การบริหารจัดการอาคารแบบครบวงจร (Total Facility Management) การบริหารอาคารแบบครบวงจร การบริหารทรัพยากรกายภาพสำหรับโครงการ การนำระบบบริหารงบประมาณมาใช้ในการบริหารจัดการอาคาร การใช้ระบบ Facility Management ในงานบริหารจัดการอาคารพักอาศัย เป็นต้น

ประโยชน์ของการบริหารจัดการอาคารแบบครบวงจร
• การจัดการข้อมูลอาคารอย่างเป็นระบบ
• Energy Management และกรณีศึกษาทางด้านการจัดการพลังงาน
• Service Quality กับการบริหารจัดการอาคารอย่างมีประสิทธิภาพ
• งานดูแลบำรุงรักษางานระบบประกอบอาคาร
• การวางแผนการการบำรุงรักษารูปแบบใหม่ โดยพิจารณาจากอายุการใช้งาน
• จัดการสถานการณ์วิกฤตด้วย Crisis Management
• แนวทางปฏิบัติในการบริหารจัดการคุณภาพงานบริการอาคาร
• ความปลอดภัยในอาคาร Building Safety
• จัดการ “ความเสี่ยง” ให้กลายเป็นเรื่องเล็กด้วยการบริหารความเสี่ยง


บริการจัดการอาคาร การบริหารจัดการอาคารสถานที่ ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://snss.co.th/dt_post/technical-services/

12
แปรงบริเวณเครื่องมือ และลวดจัดฟัน วางขนแปรงบนเครื่องมือจัดฟัน ขยับและหมุนขนแปรงไปมา ในช่วงสั้น ๆ อย่างน้อย 10 ครั้ง ทำเช่นเดียวกันที่บริเวณเหนือและใต้เครื่องมือจัดฟันทุกบริเวณที่มีเครื่อง มือจัดฟัน โดยเริ่มจาก

แปรงด้านนอกของฟัน โดยวางขนแปรงสีฟันที่บริเวณคอฟัน ให้ขนแปรงจรดขอบเหงือก และทำมุม 45 องศากับแนวแกนฟัน ขยับขนแปรงและหมุนไปมาในช่วงสั้น ๆ และปัดแปรงลงไปยังปลายฟัน ทำเช่นนี้กับฟันทุกซี่

แปรงด้านในของฟัน โดยวางขนแปรงที่บริเวณคอฟัน ทางด้านในของฟันให้ขนแปรงจรดระหว่างขอบเหงือกและคอฟัน ขยับขนแปรงและหมุนไปมาช่วงสั้น ๆ แล้วปัดขนแปรงไปยังปลายฟัน

แปรงด้านบดเคี้ยว โดยวางขนแปรงบนด้านบดเคี้ยว ขยับแปรงเข้าและออก ตามแนวฟันกราม เพื่อให้ทำความสะอาดด้านบดเคี้ยวของฟัน

สำหรับ การทำความสะอาดซอกฟันนั้น เนื่องจากการแปรงฟันไม่สามารถทำความสะอาดบริเวณซอกฟันได้ ผู้ที่จัดฟันควรใช้ไหมขัดฟัน ช่วยทำความสะอาด โดยการสอดไหมผ่านใต้เส้นลวดจากนั้น เลื่อนไหมผ่านซอกฟัน ให้ลงไปใต้ขอบเหงือกเล็กน้อย ขยับไหมไปมาสั้น ๆ 2-3 ครั้ง ทั้งสองด้านของซี่ฟันที่ติดกัน แบบไหมขัดฟันที่เหมาะสำหรับผู้จัดฟันคือ ชนิดพิเศษ (Super floss) ซึ่งจะใช้ได้สะดวกกว่าชนิดอื่น

การแปรงซอก ฟัน บางกรณี ผู้ที่จัดฟัน ไม่สามารถทำความสะอาดได้ดี ด้วยการแปรงฟันตามปกติ ทันตแพทย์อาจแนะนำให้ใช้แปรงซอกฟันสอดใต้ลวดเพื่อทำความสะอาดฟัน บริเวณใต้เส้นลวด

การตรวจดูความสะอาด หลังแปรงฟันและใช้ไหมขัดซอกฟันเสร็จ ควรบ้วนปากด้วยน้ำสะอาด และตรวจดูความสะอาด โดยกระจก ถ้าฟันสะอาดแล้ว จะพบเครื่องมือจัดฟันสะอาดแวววาวด้วย

วิธีการใช้ไหมขัดฟันสำหรับผู้จัดฟัน
วิธีการใช้ไหมขัดฟันสำหรับผู้จัดฟั น แนะนำให้ใช้ superfloss นะคะ ง่ายกว่าไหมขัดฟันธรรมดามากๆเลยค่ะ



วิธีแปรงฟันอย่างถูกวิธี สำหรับคนจัดฟัน ดูเพิ่มเติมได้ทีน่ี่ https://www.idolsmiledental.com/จัดฟัน/

13
วิธีทำจุลินทรีย์มหัศจรรย์ คือ – นำน้ำมะพร้าว 2 ผล จะมีสารไซโตไคนิน น้ำตาล วิตามิน เกลือแร่ ฯลฯ ที่สารตัวหนึ่งในน้ำมะพร้าวที่สามารถเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อได้นำมาเป็นอาหารจุลินทรีย์

– นำนมเปรี้ยว 1 ขวด ในท้องตลาดยี่ห้อใดก็ได้
– เอากากน้ำตาลใส่ 1 ช้อนแกง หรือซีอิ้วดำ
– และน้ำข้าวหมากซึ่งมียีสต์อยู่ 1 ช้อนแกง
– นำมาเทใส่ขวด ปิดฝาขวดให้สนิท เหลือช่องว่างไว้สัก 2-3 นิ้ว เพื่อไว้ให้จุลินทรีย์บางตัวหายใจ
– หมักไว้ 7 วัน จะเป็นหัวเชื้อจุลินทรีย์อย่างมหัศจรรย์ และไม่เหม็น
ใช้ในการบำบัดน้ำเสียและการทำเกษตรอินทรีย์

จุลินทรีย์หน่อกล้วยสูตรหัวเชื้อ

กล้วยปลูกที่ไหนดินบริเวณกอกล้วย ณ นั้น จะดี เบื้องหลังความร่วนซุยอุ้มน้ำของดินดังกล่าวเกิดจากกิจกรรมของจุลินทรีย์ดินรอบๆ รากกล้วย ซึ่งหากขยายเชื้อให้มากแล้ว ย่อมนำไปใช้ปรับปรุงดินในที่อื่นๆให้ดีขึ้นได้นอกจากนั้นหน่อกล้วย มีน้ำยางฝาดหรือสารแทนนินมาก เมื่อหมักแล้วน้ำหมักที่ได้ยังสามารถนำมาใช้ในการควบคุมโรคพืชบางอย่างได้ทั้งสามารถนำไปใช้ปรับปรุงสภาพน้ำที่เน่าเสียให้ฟื้นสภาพกลับดีได้อีกด้วย

ส่วนผสม
1. หน่อกล้วยสับบดละเอียด 3 กก.
2. กากน้ำตาล 1 กก.

วิธีทำจุลินทรีย์หน่อกล้วยสูตรหัวเชื้อ

ขุดหน่อกล้วยต้นสมบูรณ์ที่ไม่เป็นโรคขนาดหน่อใบธงหรือใบหูกวางสูงไม่เกิน 1 เมตรเอาเหง้าพร้อมรากที่มีดินติดรากขึ้นมาด้วย 1- 2 ช้อนแกงสับหรือบดให้ละเอียดโดยไม่ต้องล้างน้ำแล้วนำมาคลุกเคล้ากับกากน้ำตาลในอัตราส่วนเป็นน้ำหน่อกล้วย 3 ส่วนต่อกากน้ำตาล 1 ส่วนเช่นหน่อกล้วย 3 กิโลใช้กากน้ำตาล 1 กิโล ถ้าหน่อกล้วย 6 กิโล ใช้กากน้ำตาล 2 กิโลเป็นต้นหมักในภาชนะพลาสติกมีฝาปิดเก็บไว้ในที่ร่มที่มีอากาศถ่ายเทสะดวกจากนั้นคนเช้าเย็นทุกวันจนครบ7 วันแล้วคั้นเอาน้ำออกเก็บไว้ได้นาน 6 เดือน ในกรณีต้องการใช้มากให้ขยายเชื้อโดยใช้สูตรขยาย

จุลินทรีย์หน่อกล้วยสูตรขยาย
ส่วนผสม
1.หยวกกล้วยสับบดละเอียด 60 กก.
2. กากน้ำตาล 20 กก.
3. น้ำ 10 ลิตร
4. ลูกแป้งข้าวหมาก 1 ก้อน
5. หัวเชื้อ 1 ลิตร

วิธีทำ
ผสมส่วนต่างๆในถังพลาสติก โดยบี้ลูกแป้งข้าวหมากให้เป็นผงเสียก่อน ต้นกล้วยใช้เฉพาะส่วนของต้นที่ใหญ่หรือตัดเครือแล้ว สับบดย่อยหรือโขลกให้ละเอียดก่อนใส่ แล้วคนให้เข้ากันปิดฝาเก็บในที่ร่มอากาศถ่ายเทสะดวก จากนั้นคนเช้าเย็นจนครบ 7 วัน จึงคั้นเอาแต่น้ำเก็บไว้ซึ่งใช้ได้ดีเช่นเดียวกับ หัวเชื้อจุลินทรีย์หน่อกล้วย

ประโยชน์และวิธีใช้
1.ใช้ปรับปรุงโครงสร้างของดินและกำจัดเชื้อโรคในดินผสมจุลินทรีย์หน่อกล้วยในอัตรา 20 -40 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร ราดลงบนดินรวมไปพร้อมกับการให้น้ำ

2. ใช้ป้องกันกำจัดโรคพืช ผสมจุลินทรีย์หน่อกล้วย 10 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตรฉีดต้นพืชให้เปียกชุ่มโชกทั่วทั้งใบและใต้ใบเพื่อล้างน้ำฝนภายหลังจากที่ฝนหยุดตกนานเกิน 30นาทีเพื่อป้องกันโรคที่มากับน้ำ หรือฉีดพ่นใน20 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตรเมื่อพบการระบาดของโรคพืชทั้งเว้นการให้น้ำ 48 ช.ม. เพื่อลดความชื้น

3. ใช้ปรับปรุงคุณภาพน้ำในร่องสวนสระเก็บน้ำและบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำใส่จุลินทรีย์หน่อกล้วย 10 ลิตร ต่อน้ำ 10,000 ลิตร

4. ล้างทำความสะอาดคอกสัตว์ฉีดพ่นจุลินทรีย์หน่อกล้วย 1 ลิตรต่อน้ำ 100 ลิตร

5. เร่งการย่อยสลายเศษซากอินทรีย์วัตถุหรือดับกลิ่นขยะของเน่าเสียให้ฉีดพ่นจุลินทรีย์หน่อกล้วย 1 ลิตรต่อน้ำ 100 ลิตรกรณีหมักฟางข้างในแปลงนาใช้จุลินทรีย์หน่อกล้วย 5 ลิตรต่อพื้นที่นา 1 ไร่

6. จุลินทรีย์หน่อกล้วยเก็บไว้ใช้ได้นาน 6 เดือน

หมายเหตุ กรณีฉีดพ่นหรือราดลงดินโดยไม่ให้ถูกใบพืชสามารถใช้จุลินทรีย์หน่อกล้วย1 ลิตร ต่อน้ำ 200ลิตรเพื่อปรับโครงสร้างของดินแต่การใช้แต่ละครั้งไม่ควรเกิน 5 ลิตรต่อ 1 ไร่


วิธีทำจุลินทรีย์มหัศจรรย์ หัวเชื้อจุลินทรีย์ ดุเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bcithailand.net/หัวเชื้อจุลินทรีย์/

14
อาหาร / แนะนำ เมนูอาหาร บำบัดความเครียด
« เมื่อ: ธันวาคม 01, 2018, 01:48:05 AM »
ความเครียดของคนเราเกิดได้จากหลากหลายสาเหตุด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นความเครียดที่เกิดจากการเรียน การสอบ การทำงาน หรือแม้แต่เรื่องครอบครัว เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดความเครียดในชีวิตประจำวัน เอาล่ะค่ะ วันนี้พาไปกินจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับ อาหารลดความเครียด กัน ว่าแต่จะมีอาหารประเภทใดบ้างนั้นเราไปดูกันเลยค่ะ

1. ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่

ขึ้นชื่อว่าผลไม้ตระกูลเบอร์รี่แล้วนั้น ไม่ว่าจะเป็นเบอร์รี่ชนิดใดก็ตาม ในผลของมันจะมีสารที่เรียกว่า “แอนโทไซยานิน”ด้วยกันทั้งสิ้น ซึ่งสารชนิดนี้จะช่วยลดอาการอักเสบ ชะลอริ้วรอย และช่วยลดความเครียด นับว่าเป็นผลดีต่อผิวพรรณของสาวๆ แถมยังมีประโยชน์ในการลดน้ำหนักอีกด้วย ถือได้ว่าเพียงแค่ทานผลเบอร์รี่ก็ได้ประโยชน์หลายอย่างเลยทีเดียวค่ะ

2. วอลนัท

วอลนัท หรือ อาหารในตระกูลถั่ว ถือได้ว่าเป็นอาหารที่มีไขมันชนิดดีต่อร่างกาย นอกจากนี้ยังมีเมลาโทนิน ทำให้อารมณ์ดี รู้สึกผ่อนคลาย จิตใจสงบ นอนหลับง่าย รวมถึงมีวิตามินอีช่วยต้านอนุมูลอิสระที่เกี่ยวกับความเครียด ลดความเสี่ยงที่จะเกิดอาการของโรคหัวใจ และช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือดได้อีกด้วยค่ะ แหมใครจะไปคิดว่าเพียงถั่วเม็ดเล็กๆ ก็ทำให้เราคลายเครียดได้เหมือนกัน เคี้ยวเพลินๆ หายเครียดเฉย

3. กล้วยหอม

เมื่อเรามีความเครียด ความดันเลือดนั้นจะสูงขึ้น และส่งผลให้รู้สึกไม่สบายเนื้อไม่สบายตัว หากเราได้ทานกล้วยหอมซึ่งมีโพแทสเซียมและวิตามินเข้าไป จะช่วยให้อาการเครียดลดลงได้ แถมยังลดความดันเลือดให้กลับมาอยู่ในภาวะปกติ และทำให้ร่างกายผ่อนคลาย ช่วยลดอารมณ์ซึมเศร้าได้เป็นอย่างดี หากท่านไหนที่มีอาการนอนไม่หลับแล้วล่ะก็ เราขอแนะนำให้ทานกล้วยหอมหลังมื้อเย็นแล้วค่อยนอนค่ะ เพราะกล้วยหอมนั้นอุดมไปด้วยกรดอะมิโน และทริปโตเฟน ซึ่งเป็นสารประกอบสำคัญของการสร้างเซโรโทนินฮอร์โมนในร่างกาย ที่ช่วยให้หลับง่ายขึ้นนั่นเองค่ะ



แนะนำ เมนูอาหาร บำบัดความเครียด ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.plawharn.com/

15
เคล็ดลับหน้าใส มีอยู่หลายตำรับตำราด้วยกัน ตั้งแต่สูตรสมุนไพรโบราณ ที่หาได้ง่ายในห้องครัว ครีมบำรุงผิวสูตรต่าง ๆ เครื่องสำอางแต่งแต้มสีสันบนใบหน้า ไปจนถึงนวัตกรรมทรีตเมนต์ผิวหน้า ให้สวยกระจ่างใส

แต่หลายคน คงจะลืมไปว่า การผิวหน้าที่สวยใสนั้น ไม่ใช่แค่การบำรุงแต่เพียงอย่างเดียว หากควรได้รับการพักผ่อนดูแล รักษาความสะอาด ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญยิ่งไม่แพ้การดูแลผิวแบบอื่น ๆ

โดยเฉพาะก่อนนอน คุณได้ดูแลผิวหน้าคุณเป็นอย่างดีแล้วหรือยัง เรามีเคล็ดลับการดูแลทำความสะอาดผิวหน้าอย่างถูกวิธีมาแนะนำกัน เพื่อจะได้มีใบหน้าที่สวยใส ไร้ริ้วรอย

เคล็ดลับหน้าขาวใส

ขั้นตอนแรก การบำรุงผิวหน้า – อยู่ที่การเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวหน้าของแต่ละคน

ข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับคนที่ผิวหน้าแห้ง หรือผิวแพ้ง่าย ให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำนมเป็นหลัก เพราะจะช่วยทำความสะอาดและเติมความชุ่มชื่นให้กับผิวเราด้วย สำหรับคนผิวมัน ให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำผึ้งเป็นผลัก จะช่วยควบคุมความมันบนใบหน้าด้วย

ขั้นตอนที่ 2 การทำความสะอาดใบหน้า – มีเรื่องที่ต้องใส่ใจอยู่ 2 เรื่องด้วยกัน

– การใช้ Cleansing ให้นวดทาทิ้งไว้ 30 วินาที – 1 นาที เพื่อให้ตัวครีมละลายสิ่งสกปรก เครื่องสำอาง คราบไขมันอุดตัน

– การล้างหน้า ควรล้างหน้าใบเบาบางที่สุด ไม่ขัดถูแรง ๆ เพราะจะทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่าย อย่าใช้นิ้วชี้กับนิ้วโป้ง เพราะจะมีแรงกดมาก เป็นสาเหตุของริ้วรอย ใช้เพียงนิ้วกลางและนิ้วนางโดยเริ่มหมุนนิ้วออกเป็นวงกลม เริ่มจากบริเวณคาง คลึงนวดเบาๆ ไล่ขึ้นไปตามแก้ม ไล่จากบริเวณจุดกลางไปตามลายกล้ามเนื้อออกไปทางด้านข้าง ไล่ขึ้นไปที่หน้าผาก เป็นการต้านแรงโน้ม อาจจะเน้นบริเวณร่องจมูก เพื่อป้องกันการเกิดสิวเสี้ยน ส่วนวิธีการล้างออกนั้น ให้วักน้ำขึ้นมาแปะผิวหน้า ลูบเบา ๆ ห้ามถู เพราะจะทำให้เกิดริ้วรอยเช่นกัน

จากนั้นปล่อยให้ผิวหน้าเราได้พักผ่อน ด้วยการเข้านอนแต่หัวค่ำ เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นฟูสภาพผิว ตื่นเช้ามาก็จะมีผิวสวยสดใสเปล่งปลั่ง ที่สำคัญ ใครที่มีสิวบ่อย ๆ ใช้วิธีนี้ สิวจะลดลงด้วย อย่าลืมนำไปปฏิบัติกันนะคะ




 
เคล็ดลับดูแลหน้า ขาวใส ก่อนนอน ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.beautysanta.com/

หน้า: [1] 2 3 ... 15